Monday, November 23, 2009

ปัญหาด้านยา การปรับยาขนาดอินซูลิน

ปัญหาด้านยา การปรับยาขนาดอินซูลิน

เรียนรู้ให้สนุก..ครับ

เทคนิคการปรับขนาดยาอินซูลินในผู้ป่วยเบาหวาน

สำหรับแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขและเภสัชกรครับ

(อาจมีศัพท์ทางเทคนิคบ้างครับ)

ปกติ การปรับยา มัก จะปรับตาม FBS แต่ก็จะคลาดเคลื่อนได้ง่าย

กล่าวคือ FBS กับ A1C มักไปคนละทาง

ดังนั้น หากคนไข้ FBS สูง ก็ ค่อยๆ เพิ่มขนาดยาอินซูลินประมาณ 5-10%

ส่วน คนไข้ที่ FBS ต่ำมาก ก็อาจลดขนาดยา ประมาณ 5-15% เช่นกัน

ความผิดพลาดที่พบบ่อย ในการปรับขนาดยาของแพทย์ก็คือ

พอ hypoglycemia ก็ไปลดขนาดยา จนน่าเกลียด คือ ลดขนาดยาไปถึง 70-90%

เลย ไม่นานคนไข้ก็ต้อง readmit ด้วย Severe hyperglycemia

บ่อยและซ้ำซาก

บทบาทเภสัชกร คือ ไปบอกแพทย์ให้ระวัง

ภาวะ hyperglycemia (หากทำได้)หรือ

ไปติดตามเฝ้าระวังผู้ป่วย ว่าเกิดปัญหา hyperglycemiaหรือไม่

อย่างกรณีศึกษา

ป้ามี คนไข้เบาหวาน ขาประจำ

hyperglycemia FBS เฉลี่ย 300 mg/dL

อยู่มา วันหนึ่ง คนไข้ มา รพ.เวียนหัว

และ FBS=87 A1C =8.7%

แพทย์ดันลดขนาดยา จาก mixtard 50-0-18 เหลือ mixtard 15-0-0

7 วันต่อมา ผมไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้าน(ตามแผน เพราะคิดว่าป้ามี น่า

จะ hyperglycemia แน่นอน)

เพื่้อติดตามดูแล เฝ้าระวัง drug related problem ...dose to low

ผลที่ตามมาก็ คือ คนไข้นอนซึมหมดแรง หงุดหงิด ตลอดวัน เจาะ

เลือดได้ 525 mg/dL

แบบนี้ ถือว่า เป็น Drug related problem=Dose too low ครับ

และเป็น ความคลาดเคลื่อนทางยาหรือไม่?

เชิญแสดงความเห็นได้ครับ

หมวดหมู่: การศึกษา การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อา. 22 พ.ย. 2552 @ 06:57 แก้ไข: อา. 22 พ.ย. 2552 @ 19:08

ความเห็น

1.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 07:03
#1689392 [ ลบ ]

สวัสดีตอนเช้าครับพี่ นครปฐมอากาศเย็นดี วันนี้ออกแถวไหนครับ แล้วจะโทรไปหาครับ

2.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 07:06
#1689393 [ ลบ ]

ไปบ้านหนองแต้และบ้านบ่อครับ

ชาวบ้านน่ารัก อสม.ดี ครับ

ดูแลสุขภาพ น่ะครับ น้องสามารถ

3.
P
nussa-udon
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 07:37
#1689409 [ ลบ ]

มองสองส่วนค่ะทั้งยาอาจไม่พอและผู้ป่วยไม่ควบคุมด้วยไหมปัจจัยอื่นมีบ้างหรือเปล่าคะ..อากาศเย็นมากรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 08:36
#1689484 [ ลบ ]

คนไข้เบื่ออาหาร กินข้าวไม่ได้ นน. ลด 10 กก. ใน 54วัน ครับ

5.
P
สีตะวัน
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 09:31
#1689572 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ คุณเภสัช นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม

มารับความรู้การปรับยา...

case ป้ามี...

โชคดีที่มีเภสัชติดตามเยี่ยมนะคะ ไม่งั้นคงน่าเสียใจ

หากคนไข้ FBS สูง ก็ ค่อยๆ เพิ่มขนาดยาอินซูลินประมาณ 5-10%

ส่วน คนไข้ที่ FBS ต่ำมาก ก็อาจลดขนาดยา ประมาณ 5-15% เช่นกัน

ขอบคุณค่ะ

6.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 12:34
#1689951 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณ


P

nussa-udon


ที่มาเยี่ยมชมมากๆ ครับ

7.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 12:39
#1689963 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณ


P

สีตะวัน ที่มาใ้ห้กำลังใจครับ

8.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 22 พ.ย. 2552 @ 12:42
#1689970 [ ลบ ]

วันนี้ หาก ทำงานเสร็จแล้ว จะไปหาป้ามี อีกรอบ


เจาะเลือดดูว่า DTX ต่ำกว่า 300 mg/dL หรือไม่ครับ

Friday, November 20, 2009

เกลือร้ายกว่าเสือ

อ่าน: 39
ความเห็น: 15

เกลือร้ายกว่าเสือ

สุขศึกษาน่ะไม่ใช่ counseling

เกลือ เสพติดแล้วถึงตาย

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม1

จากการทำงาน มานานปีของข้าพเจ้า พบว่า การติดบุหรี่ และสุรา จะทำให้เกิด โรคตับแข็ง โรคมะเร็ง ในผู้ป่วยชาวอีสานมากมาย ในแต่ละปี พบว่า มีผู้ป่วยต้องตายเพราะบุหรี่และสุราปีละหลายหมื่นคน ที่อุบลรัตน์ การสูบบุหรี่ และดื่มสุรา พบได้จนเป็นเรื่องปกติ ของผู้ชาชาวอีสาน แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีสารเสพติดชนิดหนึ่ง ที่หลายคนมองข้ามไป นั่นก็คือเกลือ นั่นเองใช่แล้วครับ เกลือ เป็น สิ่งที่คนอีสานมากมาย ติดอก ติดใจ กันมาก เรียกว่า ขาดเกลือ เหมือนขาดใจเลยทีเดียว ชาวบ้านที่รับประทานเกลือ ในปริมาณมากเป็นประจำ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคอัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด และโรคไตวายเพิ่มขึ้น

ชาวบ้านคนที่เสพติดเกลือมาก ถึงกับ ถามว่า ถ้าไม่กินอาหารรสเค็ม แล้วจะให้กินอะไร ได้อีก เรียกว่า ในโรคของคนที่เสพติดเกลือไม่รับรู้ถึง อาหารรสเผ็ด รสเปรี้ยว หรือรสขมเลย สนใจแต่อาหารรสเค็มเท่านั้น คนไข้หลายคนชอบอาหารรสเค็มมาก กินมากจนไม่รู้ตัวว่าตนเองกินอาหารเค็มชัด เนื่องจากกินเกลือมากทุกวัน จนเคยชิน คิดว่ารสเค็มจัดที่ตนกิน เป็นรสชาดปกติ ซ้ำร้ายหลายคนที่ป่วยเป็นโรคไตวายหรือโรคหัวใจขาดเลือดก็ไม่ยอมเลิกกินอาหาร เค็มจัดอยู่นั่นเอง ถึงแม้ว่า ป่วยหนักขนาดต้องหามส่งโรงพยาบาลทุกสัปดาห์แต่ใจก็ยังถวิลหารสเค็มอยู่นั่น เอง กล่าวคือคนไข้ ติดเค็ม จนไม่อาจขาดรสเค็มได้ เสพติดหนัก เหมือนติดบุหรี่ ติดเฮโรอีนไปเลยครับ ถึงขนาดยอมตาย แต่ไม่ยอมเลิกกินเค็มเลยทีเดียว

ผมขอยกตัวอย่าง คนไข้รายแรก ชื่อยายแก้ว ป่วยเป็นเบาหวาน ไตวาย หัวใจล้มเหลว แต่อาหารที่กินประจำคือ เนื้อวัวย่างเค็ม และข้าวเหนียวโรยเกลือ เวลาหมอบอกให้เลิกกินเค็ม ก็รับคำหมอ แต่พอกลับไปบ้าน ก็แอบกินเค็มอีกเหมือนเดิม ทำให้ต้องนอนตัวบวม จน ต้องเข้าโรงพยาบาลทุกเดือน เมื่อป่วยเป็นหัวใจล้มเหลว อยู่ไม่ถึงปีก็เสียชีวิต ก่อนตายทรมานมาก เพราะนอน หมอน 3 ใบ ตัวบวมและหอบเหนื่อยตลอดเวลา ในคนไข้อีกรายชื่อป้าบัวเป็นเบาหวานและไตวาย เวลาหมอไปเยี่ยมก็บอกหมอว่าเลิกกินเค็มแล้ว พอเวลานั่งกินข้าวผมตกใจแทบช็อค คนไข้กินข้าว 1 คำ ก็เหยอะ น้ำปลาลงไป 1 ครั้ง กว่าจะกินข้าวหมดจานป้าบัว แกเหยอะน้ำปลาลงไป 24 ครั้ง โอ้พระเจ้ายอร์ช มันแย่มาก ต่อมาไม่นานคนไข้รายนี้ก็เข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย ( Cr= 10.34 mg/dL)

ดังนั้น พวกเราจำเป็นต้องใส่ใจในอาหารการกินของผู้ป่วยมากนอกจากจ่ายยาให้คนไข้แล้ว ให้กลับบ้านไป เกลือก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่คนไข้โรคไตวายและโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยง การแนะนำ ว่าคนไข้ ต้องทำอย่างโน้น อย่างนี้ หลายครั้งคนไข้ก็ไม่ยอมทำตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ พยาบาล จำเป็น ต้องรู้จัก เทคนิคการให้คำปรึกษา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้ครับ จะเห็นว่า การให้สุขศึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถ้าผู้ป่วยไม่ยอม ปฎิบัติ ตาม ดังนั้น การให้สุขศึกษาเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยจึงเป็นสิ่งจำเป็น การแนะนำให้คนไข้เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า หรือแม้แต่เลิกเค็ม เป็นสิ่งจำเป็นครับการให้คำปรึกษาผู้ป่วยจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ครับผม สาธุ

1เป็น เภสัชกร รพ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น 086-6317372 frxbaby@gmail.com

หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: พ. 18 พ.ย. 2552 @ 04:33 แก้ไข: พ. 18 พ.ย. 2552 @ 04:34

ความเห็น

1.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ พ. 18 พ.ย. 2552 @ 22:15
#1683723 [ ลบ ]

คนแก่แถวบ้านผมชอบกินปลาเค็มมาก กินที่ไรได้นอนโรงพยาบาลทุกทีครับ

2.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 06:44
#1684034 [ ลบ ]

ขอบคุณ น้องสามารถมากครับ

บางคน ติดเค็ม จริงๆ เลยครับ น่าเห็นใจ

มี ช่วงวัยหนุ่มๆ 22-26 ปี ผมติดหญิง น่าสนุกมากครับ

3.
P
เพชรน้อย
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 07:57
#1684111 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

- ชอบมากค่ะ คุณแม่ที่บ้าน

- ตอนนี้โรคหัวใจ เบาหวาน

- ต้องสู้ต่อค่ะ

4.
P
หนานเกียรติ
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 07:59
#1684112 [ ลบ ]

แหะ แหะ คุณหมอครับ

เอาเสือกับเกลือใส่ไว้คนละกรง

คุณหมอจะเข้ากรงไหนครับ ฮิ ฮิ

....

ไม่เพียงคนอีสานครับที่กินเค็มดุ

ชาวบ้านชนเผ่าแถบบ้านผมที่ดอยมูเซอก็ดุพอ ๆ กัน

นอกจากเกลือแล้วยังกินยงชูรสดุด้วย

บางคนถึงกับผสมคลุกข้าวกินเลยครับ

5.
P
บุษรา
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 08:57
#1684185 [ ลบ ]
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ อ่านบันทึกนี้แล้วคิดมาก ๆ จังเลย "ก็คนชอบกินเค็ม"....
  • อากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ปลายฝน ต้นหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
  • ระลึกถึงค่ะ
6.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 17:12
#1685013 [ ลบ ]

ขอเป็นกำลังใจ ให้คุณเพชรน้อย ดูแลคุณแม่ครับ

จริงๆ แล้ว โรคหัวใจ+เบาหวานดูแลไม่ยากครับ

เดี๋ยว จะมาเขียนลง blog ครับ

7.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 19:44
#1685297 [ ลบ ]

ผมไม่เข้าใจครับ ว่าถามเรื่องเกลือ แล้วไปถึงเรื่องหญิงได้อย่างไร สงสัยโรคนี้พี่คงหายยาก 555

8.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 21:06
#1685438 [ ลบ ]

สวัสดี คุณหนานเกียรติ

ที่บ้าน คุณหนานเกียรติหนาวมากไหมครับ ที่ ขอนแก่น หนาว

ขี่ แมงกะไซด์ ไป เยี่ยมคนไข้ที ขนลุกเลย โชคดี ที่ผมมีไขมัน มากครับ

9.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 21:12
#1685448 [ ลบ ]

สวัสดี น้องสามารถ เดี๋ยวนี้ ผมตาฟาง ลงมาก

ไปบ้านยายทองยอดนักสู้ ทุก 4 วัน พขร. ของโรงพยาบาล บอกผมว่า ...

หัวหน้า มีผู้สาวงามๆ ตั้ว นอนอยู่บ้านตรงข้ามยายทอง หุ่นดีๆ ขาวๆ

(ทำไม่ตูไม่เคยเห็นเลยฟ่ะ สงสัย มัวแต่ดูยายทองมากไป ฟ่ะ) ผมคิดในใจ

10.
P
ประกาย~natachoei ที่~natadee
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 21:16
#1685462 [ ลบ ]

ดีใจแทนคนไข้นะคะที่มีเภสัชกรที่ดูแลเอาใจใส่คนไข้

ลำพังอาหารแต่ละชนิดก็จะมีเกลือโซเดียมแย่แล้วคะ

11.
30
เนื้อนวล ปาละสิทธิ์ [IP: 125.26.175.22]
เมื่อ พฤ. 19 พ.ย. 2552 @ 21:28
#1685491 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

อยากบอกว่าอาหารที่เราไปทานตามร้านข้าวต้ม ร้านอาหารตามสั่ง ที่มีเกลื่อนเมือง

เป็นอาหารที่มีรสเค็มมาก

อยากให้ทุกคนลองอดทนทานอาหารที่ปรุงด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาล มะนาว พริกสด ในอาหารประเภทยำ หรือน้ำจิ้ม ต่างๆ

หรือใช้ซีอิ้วขาว ปรุงแกง ต้มยำ ต้มจืด ให้ได้รสชาดจืดกว่าที่คุณเคยใส่เกลือ ใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือน คุณก็จะพบกับรสชาดใหม่ที่

อร่อยกว่าเดิม ผลที่ตามมา คือคุณจะไม่กระหายน้ำ เมื่อคุณดื่มน้ำน้อยลง ไตและหัวใจก็จะได้พักมากขึ้น

ต้องทนเหนื่อยด้วยนะคะเพราะคุณต้องทำเอง แหะ แหะ เพราะรสชาดอย่างที่บอกนี้ไม่มีขายค่ะ เนื่องจากคนขาย

เขาต้องลดต้นทุน ใช้เกลือถูกกว่าเยอะ พอก่อนนะ บ้าย บาย

12.
P
เพชรน้อย
เมื่อ ศ. 20 พ.ย. 2552 @ 16:57
#1686868 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

- ตามมาขอบคุณอีกครั้งค่ะ

- รอติดตามต่อนะค่ะ

13.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 20 พ.ย. 2552 @ 22:33
#1687551 [ ลบ ]

เห็นด้วยกับ คุณ เนื้อนวล ปาละสิทธิ์ ครับ

14.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 20 พ.ย. 2552 @ 23:45
#1687682 [ ลบ ]

ขอบคุณ ใน ความกรุณา ของ คุณเพชรน้อย ที่มาเยี่ยมชมครับ

15.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 20 พ.ย. 2552 @ 23:48
#1687686 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณประกาย ที่ให้กำลังใจครับ

Monday, November 16, 2009

วายร้ายโรคเกาต์

อ่าน: 81
ความเห็น: 17

โรคเกาต์เจ้าตัวร้าย

ความผิดพลาดทางการแพทย์หลายๆครั้งเป็นเรื่องของระบบและนโนบายน่ะครับ

ระวังอย่ามองข้ามความปลอดภัย โรคเกาต์ร้ายแรงกว่าที่คิด

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม1

ประเด็นการนำเสนอ

  1. โรคเกาต์คืออะไร

  2. ภาวะแทรกซ้อนจากเกาต์

  3. สถานการณ์ปัจจุบัน

  4. ตัวอย่างคนไข้โรคเกาต์สามเคส

  5. ยารักษาโรคเกาต์

  6. ชี้ให้เห็นปัญหาในการบริบาลผู้ป่วย

  7. บทสรุป

โรคเกาต์(gout) เป็นโรคที่ร่างกาย ของผู้ป่วยมีกรดยูริคสูงกว่าปกติ กรดยูริคที่สูงนั้นอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ โดยเฉพาะจะปวดที่เท้าก่อน กรดยูริคนั้น มีมาก ในสัตว์ปีก และปลาดุก นอกจากนี้ การดื่มสุรา อาจทำให้ร่างกายขับกรดยูริคได้น้อยลง เมื่อกรดยูริคสูงมาก ก็จะเกิดการตกผลึก กรดยูริคในร่างกาย ทำให้เกิดการปวดข้อรุนแรง หน่วยไตอักเสบ และหลอดเลือดหัวใจถูกทำลายได้ ผู้ป่วยโรคเกาต์ ที่ขาดการติดตามรักษาที่ดีนั้น อาจเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งได้แก่ โรคไตวาย โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหัวใจล้มเหลวได้

ปัจจุบันโรคเกาต์ไม่อยู่ในกระแสงานสาธารณสุขของไทย นโยบายการคัดกรองคนไข้โรคเกาต์ในชุมชนจึงไม่มี ทำให้คนไข้มากมายขาดโอกาสในการักษา นอกจากนี้ แนวทางการรักษาโรคเกาต์ก็ไม่ชัดเจน กระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่มีนโยบายบังคับใช้ มาตราฐานการรักษษโรคเกาต์แต่อย่างใดเรียกว่า ปล่อยให้บุคลากรสาธารณสุข รักษากันตามอัธยาศัย หรือสุดแท้แต่วาสนานั่นเอง การที่ไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการวางแผนการรักษานั้น ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการรักษาได้ง่าย เนื่องจาก ไม่มีแนวทางใดๆ มาช่วยแพทย์ตัดสินใจในการรักษา ทำให้คนไข้หลายรายขาดการรักษาหรือติดตามผลอย่างไม่เหมาะสม

คนไข้รายแรกที่มีปัญหาจากโรคเกาต์ก็คือ คนไข้เบาหวานที่เป็นไตวายรายหนึ่งมีชื่อว่าป้าพร ป้าพรเป็นโรคเกาต์และไตวายก่อนมารักษาที่โรงพยาบาลชุมชน คนไข้รักษาที่คลินิกในจังหวัดขอนแก่น โดยในช่วงนั้นคนไข้มีระดับไตวายไม่มากคือมี Cr= 1.9 mg/dL เท่านั้น ต่อมาเมื่อคนไข้ป่วยเป็นโรคเบาหวานทำให้คนไข้ เปลี่ยนมารักษาโรคที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เมื่อคนไข้มารักษาที่โรงพยาบาลประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคเกาต์ของป้าพร จึงไม่มี ทำให้กว่า 5 ปีของการรักษาโรคเบาหวานคนไข้ ไม่ได้ยารักษาโรคเกาต์เลย ทำให้คนไข้มีภาวะไตวายแย่ลงอย่างชัดเจนกว่าผู้เขียนจะนึกได้ ว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นเกาต์ มาก่อนทำให้ไตวายแย่ลงเรื่อยๆ ก็กินเวลานานหลายเดือนหลังจากทำทะเบียนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง กว่าจะรู้ว่าคนไข้เป็นเกาต์ไตคนไข้ก็ไตเสื่อมไปมากมาย Cr= 7.43 mg/dL แล้ว ซึ่งสูงมาก ในขณะที่ระดับกรดยูริคสูงถึง 13.06 mg/dL

ผู้ป่วยอีกรายหนึ่งชื่อตาดี เมื่อสองปีที่แล้ว มีอาการปวดข้อมาก บวมต้องมานอนโรงพยาบาล ตรวจพบว่ามีภาวะไตวาย Cr= 2.24 mg/dL และยูริคสูงอยู่ที่ 9.3 mg/dL ผู้ป่วยไม่ได้ยารักษาเกาต์กลับบ้านไป ได้แต่ยาโรคไต แต่ไม่ได้ยาเกาต์ต่อมา อีก 1 ปี คนไข้มาโรงพยาบาลด้วยการหอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ตรวจพบว่า คนไข้เข้าสู่ภาวะโรคหัวใจล้มเหลวแล้ว โดยมี Cr= 1.93 mg/dL และยูริคสูงอยู่ที่ 11.42 mg/dL จากการสอบถาม พบว่าคนไข้มีอาการปวดข้อเสมอๆ มาหนนี้เภสัชกร จึงเข้าไปแนะนำแพทย์ให้สั่งยารักษาเกาต์ให้คนไข้ด้วย ทำให้ปัจจุบันคนไข้ไม่มี อาการปวดเกาต์อีกเลยปัญหาการไม่สั่งยาโรคเกาต์ของแพทย์ ส่วนหนึ่งเกิดจาก ไม่มีข้อบ่งชี้หรือระเบียบที่ชัดเจน ในการตัดสินใจว่าเมื่อใดต้องสั่งยารักษาโรคเกาต์ ในตำราแพทย์เองก็เขียนคำแนะนำไม่ชัดเจนว่าเมื่อใด ควรให้ยารักษาเกาต์ แต่กรณีนี้ ตำราแพทย์เขียนไว้ชัดว่าตาดีต้องได้ยารักษาเกาต์เนื่องจาก ตาดีมีภาวะไตวายเรื้อรังและปวดเท้า ปวดข้ออยู่บ่อยๆ

ในผู้ป่วยรายสุดท้ายชื่อยายแก้วเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและไตวาย Cr= 7.71 mg/dL ผู้เขียนเองได้ลงไปเยี่ยมผู้ป่วยถึงบ้านขาม ที่บ้านจากการสอบถามลูกสาวผู้ป่วยพบว่าผู้ป่วย เคยไปรักษาโรคเกาต์ที่คลินิกเมื่อสามปีที่แล้วแต่ช่วงหลังไม่ได้ไปรักษา เพราะไม่มีใครพาไป จากการค้นเวชระเบียนในโรงพยาบาลพบว่า ผู้ป่วยไม่มีประวัติเป็นโรคเกาต์ หรือมีอาการปวดเท้าในเวชระเบียนเลย ต่อมาเมื่อผู้ป่วยรายนี้ มาตรวจเลือดที่โรงพยาบาล พบว่ามีระดับยูริคสูงถึง 14.6 mg/dL ต่อมาอีก 3 เดือนผู้ป่วยก็เสียชีวิตด้วยภาวะไตวาย จากกรณีตัวอย่างทั้งสามเคส พบว่าปัญหาโรคเกาต์นั้นถูกมองข้ามไปหลายประเด็น ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาการบริหารงานสาธารณสุขเชิงระบบนั่นเอง โดยผู้เขียนขอแตกประเด็นปัญหาออกเป็น 4 ประเด็น

  1. การไม่มีนโยบายการคัดกรองผู้ป่วยโรคเกาต์

  2. การขาดกำหนดแนวทางการรักษาโรคเกาต์

  3. การขาดนโยบายติดตามดูแลผู้ป่วยเกาต์

  4. การไม่มีนโยบายนิเทศติดตามมาตรฐาน การให้บริบาลผู้ป่วยตามกลุ่มโรคต่างๆ

ปัญหาเชิงระบบการบริหารงานสาธารณสุข แบบนี้ ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมาก ที่ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิต หรือพิการ ต้องมาเสียชีวิตและพิการ นโยบาย ของผู้บริหารสาธารณสุข ยังคงวนเวียนกับโรคระบาด โรคแปลกประหลาด หรือโรคดังๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ การกำกับดูแลการรักษาของแพทย์ก็ไม่มี ทางกระทรวงสาธารณสุข เอง คงต้องโดนฟ้องร้องจากผู้ป่วยอีกมากในอนาคตหากไม่มีนโยบาย ในการควบคุมคุณภาพการรักษาโรคอย่างจริงจังและเป็นระบบมากกว่าที่เป็นอยู่ นอกเหนือจากการพยายามเป็นข่าวรายวันในสื่อ คงต้องรอดูกันต่อไปว่า รัฐมนตรีในพรรคฝ่ายรัฐบาลยุค นายกอภิสิทธิ เวชชาชีวะ จำทำได้ดีขนาดไหนในการบริหารงานสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพดี

ในส่วนของโรงพยาบาลเอง ก็จำเป็นต้องมีแนวทางในการดูแลผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ชัดเจน และได้มาตรฐานเมื่อมีแนวทางแล้ว จำเป้นต้องมีการประเมิน นิเทศ ติดตาม ว่าแนวทางที่ได้ผลดีหรือไม่ต่อไป การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลแบบนี้ ถือเป็นแนวทางแบบ SPA ที่ สรพ.ได้เดินมาถูกทางแล้วครับ สาธุ

1เภสัชกรประจำโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น 086-6317372 frxbaby@gmail.com

หมวดหมู่: การเมือง การปกครอง กฎหมาย
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า Cc-by-nc
สร้าง: ส. 14 พ.ย. 2552 @ 07:28 แก้ไข: ส. 14 พ.ย. 2552 @ 07:55

ความเห็น

1.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 07:51
#1673903 [ ลบ ]

การกินยาหม้อ จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้นไหมครับ

2.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 07:57
#1673911 [ ลบ ]

การกินยาหม้อ อาจจะทำให้ไตทำงานหนักได้ แต่ไตวายมักเกิดจาก

  1. คนไข้ไม่ยอมกินยาตามหมอสั่ง
  2. ยาชุด
  3. ยามะเร็ง
  4. อาหารเค็ม
  5. ความดันสูง
  6. เบาหวาน
  7. เกาต์

ยาหม้อ ส่วนมากไม่ใช่สาเหตุโรคไตครับ

แต่ถ้าโรคหน้าหม้อ ไม่แน่ครับ ไตอาจทำงานหนักได้ 555 ล้อเล่น

3.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 08:09
#1673926 [ ลบ ]

555 โรคที่ท่านว่าล่าสุดถ้าจะรักษายาก 555

4.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 08:11
#1673929 [ ลบ ]

นิ้วหรือมนุษย์ต่างดาวครับ ไม่นึกว่าจะหนักปานนี้

5.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 20:28
#1674780 [ ลบ ]

เรียนคุณสามารถ

คนไข้หนักๆ แบบนี้ มีจริงครับ ผมเจอมาหลายเคส

บวมจนข้อผิดรูป

แต่ที่น่ากลัวกว่า คือ เกาต์กินจนไตพิการ และหัวใจวายแบบนี้ อันตรายมากครับ

6.
P
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 20:32
#1674794 [ ลบ ]

สวัสดีครับท่านศุภรักษ์ ผู้เฒ่าก็เป็น เกาตืครับ เดินป่าขึ้นเขา บรรทัด ปวดจนแทบก้าวขาไม่ออก

ทรมานมากครับ

7.
P
ท้องฟ้า
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 21:41
#1674980 [ ลบ ]

อ.ศุภรักษ์ เฮอ...พึ่งเคยเห็นรูปโรคเกาต์ที่เป็นมากถึงขนาดนี้ เวลาคุณท้องฟ้าวักประวัติผู้มารับบริการก็พยายามถามทุกครั้งรุมัยว่าตนเองมี โรคประจำตัวอะไรบ้าง งเคยตรวจที่ใหนมาบ้าง หมอใหญ่ว่าอย่างไร บางคั้งก็เป็นการทบทวนประวัติการรักษาของผู้รับบริการ ซึ่งบางท่านก็ชอบชอปปิ้ง โรงพยาบาลและหรือคลินิค ขอบคุณอ. ศุกรักษ์ที่เขียนเรื่องดีทำให้ได้เรียนรู้ อีกหน่อยถ้าไปอยู่สายรองสสจ ด้านสาธารณสุข รับรองว่างานสาธารณสุขของไทยเราไปได้ไกลโลดๆๆๆ

8.
  • เห็นรูปแล้วน่ากลัวนะคะ
  • อย่างนี้คนป่วยคงทรมานแย่...
  • ฝากความหวังไว้ที่คุณหมอทุกท่านด้วยนะคะ
  • ขอบคุณที่แบ่งปัน
9.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 22:14
#1675032 [ ลบ ]

ขอให้

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- ดูแลตนเองให้ดีครับ

คุมอาหาร +และทานยาเกาต์ ตาม (CPG)

หายไวๆ น่ะครับ

10.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 22:17
#1675037 [ ลบ ]

เรียน นางฟ้าสีขาว ท่านท้องฟ้า

กระผม ชอบอยู่บ้านนอก กระผม ไม่อยาก ได้ดิบได้ดีอะัไร

กระผม แค่มีความสุข ที่ ได้ ช่วยชาวบ้านครับ

ขอบคุณที่อวยพรครับ 555

11.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 22:21
#1675044 [ ลบ ]

ขอบคุณ

คุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน

ที่มาเยี่ยมชมมากๆ ครับ

12.
P
วันเพ็ญ
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 22:27
#1675057 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

ได้ประโยชน์มากค่ะ ดิฉันจะต้องนำไปพิจารณาตนเองแล้วค่ะ เพราะกรดยูริคเริ่มสูง

13.
P
small man
เมื่อ อา. 15 พ.ย. 2552 @ 07:39
#1675405 [ ลบ ]

พรรคพวกผมหลายคนเป็นเกาต์กันมากครับ ส่วนใหญ่เขาจะคงบคุมอาหาร ก็พอประคับประคองไปได้ครับ

14.
P
บุษรา
เมื่อ อา. 15 พ.ย. 2552 @ 20:57
#1676519 [ ลบ ]
  • สวัสดีค่ะ คุณศุภรักษ์
  • แวะมาขอบคุณที่ไปให้กำลังใจบุษรา เรื่อง "คำ...คอมเม้นท์" ค่ะ
  • มาเรียนรู้ "โรคเกาต์เจ้าตัวร้าย" ด้วยคนค่ะ อ่านบันทึกนี้แล้วทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย
  • ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ ที่นำมาแบ่งปันค่ะ

15.
P
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เมื่อ อา. 15 พ.ย. 2552 @ 21:57
#1676638 [ ลบ ]

มาสนทนาอีกครั้งครับท่านศุภรักษ์ เภสัชบ้านนอก แวะมาบอกว่าคุมอาหารไม่ได้ทานยา

แต่ก็ขอบคุณหนักหนา ที่นำGOUT มาให้เรียนรู้ครับ

16.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 15 พ.ย. 2552 @ 22:09
#1676666 [ ลบ ]

ดูยูริกเป็นหลัก ครับ

ถ้าระดับยูริกต่ำกว่า 7 ก็ ok

นอกนั้นดูความเสี่ยง

หากมีโอกาสเป้นโรคไต+โรคหัวใจสูง

ต้องกินยา ครับ เช่น เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงหรือความดัน

กรรมพันธุ์ มีคนเป้นโรคไต โรคหัวใจ

สุดท้าย ถ้าปวดเท้าบ่อยๆ กินเถอะครับ

ที่อุบลรัตน์ ประชากร 40000 คน

มีคนไข้ตายหรือพิการ เพราะเกาต์ มากกว่า 30 คนแล้วครับ

17.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 15 พ.ย. 2552 @ 22:11
#1676673 [ ลบ ]

ดูอนุทินได้ครับ

วันนี้ ไปเยี่ยมคนไข้ ที่เป็นไตวาย และโรคหัวใจ จากเกาต์ ถึง 4 เคสครับ

อย่าประมาท

พี่ชายผมก็หัวใจขาดเลือดเพราะเกาต์ไปเรียบร้อยแล้ว

Saturday, November 14, 2009

พ่อช้างต้นฉบับ อสม. พันธุ์ใหม่

พ่อช้างต้นฉบับ อสม.พันธุ์ใหม่

ประชาชนคือพลัง

พ่อช้างต้นฉบับ อสม.พันธุ์ใหม่

โดย ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม[1]

พ่อช้าง[2] เป็น ประธาน อสม.บ้านหนองไหล อายุปาเข้าไป 61 ปีแล้ว พ่อช้างเป็น อสม.ที่ทุ่มเททำงานมาก ชนิดหาตัวจับยาก ขยันขนาดแม้แต่เภสัชกรแกะดำอย่างผมยังต้อง อายเลยครับ พ่อช้างมีอาชีพเกษตรกร คือทำนา และเลี้ยงวัวควายครับ เมื่อก่อนพ่อช้าง ต้องพาภรรยา คือแม่ทองคำ มานอนโรงพยาบาลแทบทุกสัปดาห์ พ่อช้างแกต้องทุ่มเทกายใจ ในการพาภรรยาสุดที่รักมารักษาโรงพยาบาล อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม่ทองคำ ป่วยเป็นเบาหวานและโรคไตวาย แม่ทองคำ ต้องมานอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เนื่องจากมีอาการบวมเสมอๆ ต่อมามีภาวะแผลติดเชื้อที่เท้า อย่างรุนแรง แพทย์แนะนำให้ตัดเท้าทิ้ง แต่ครอบครัวผู้ป่วยไม่ยอม ทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงจนแม่ทองคำเสียชีวิต เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

จากการสอบถาม พบว่าแพทย์แนะนำให้ตัดขาทิ้ง พ่อช้างเลยถามแพทย์กลับไปว่าตัดขาแล้วจะหายไหม หมอตอบไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าจะหายไหม ถ้าแพทย์ตอบแบบนี้ เป็นผมก็คงไม่ยอมตัดขาแน่นอนครับ หากแพทย์ตอบว่า ตัดขาแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะหายหรือไม่ ตอบแบบนี้ 100 ทั้ง 100 คนไข้ไม่ยอมตัดขาแน่นอนครับ เมื่อภรรยาเสียชีวิต ทำให้พ่อช้างมีเวลาว่าง พ่อช้างแกได้มาช่วยผมทำงานดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างเต็มที่ครับ เราเริ่มทำโครงการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยชุมชนในปลายปี 2549 เกิดเครือข่าย จิตอาสาในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยภาคประชาชน ใน 7 หมู่บ้านของอำเภออุบลรัตน์ โครงการนี้ ได้งบ PP จาก สปสช.เขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อทำโครงการจบโครงการนี้ ได้รางวัลยอดเยี่ยม เป็นตัวแทนของเขต ไปร่วมงาน งบ PP ของ สปสช.ที่ หัวหิน และยังได้รางวัลงานวิจัยเครื่องมือ 7 ชิ้น จากงาน PCU EXPO ปี 2552 อีกด้วยน่าเสียดาย ที่ปัจจุบันทีมงาน สปสช เขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคลากร ทำให้การสนับสนุนโครงการ จาก สปสช. ขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย

ปกติพ่อช้างและสมาชิก อสม.พันธุ์ใหม่ รวม 7 หมู่บ้าน จะมีความสามารถในการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน มีความรู้ในการป้องกันโรคเบาหวาน และดูแลผู้ป่วยเบาหวานเบื้องต้นได้ พ่อช้างได้เสียสละตนเอง มากมายแบบฟรี ในการไปช่วยผมตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน เยี่ยมผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยเฝ้าระวังผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะโรคไตวาย ช่วยสอนผู้ป่วยเบาหวานฉีดยา ช่วยอ่านลากยาให้กับผู้สูงอายุที่อ่านหนังสือไม่ได้ การที่พ่อช้างทุ่มเททำงานอย่างหนัก จนมีหมออนามัย บางคนสงสัยถามว่าพ่อช้างทำมากมาย ขนาดนี้แล้วจะได้อะไร ผมตอบแทนให้ก็ได้ครับ ได้ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายกลับคืนมา

พ่อช้าง แกได้ปวารณาตัวเองว่าจะไม่แต่งงานใหม่ ถ้าช่วยผู้ป่วยเบาหวานได้ไม่สำเร็จ ผมกับพ่อช้างได้ไปตระเวนออกเยี่ยมผู้ป่วยทั่วอำเภออุบลรัตน์ ด้วยมอเตอร์ไซด์เก่าๆ 2 คัน มอไซด์ผมไฟหน้าขาดและยางรั่วบ่อยๆ ส่วนมอไซด์พ่อช้างไม่มีไฟหน้า บางครั้งผมไปเยี่ยมคนไข้ คนไข้มักถามผมว่าทำไมผมไม่เอารถใหญ่มา ผมก็ตอบไปตรงๆ ว่า หมอไม่มีเงินตามน้ำมันครับ คนไข้ส่วนมาก ไม่เชื่อ ก็ตอบกลับไปว่า คุณหมอรวยจะตายมีเงินเดือน ทำไม่จะไม่มีเงิน เติมน้ำมันรถ ไม่มีจริงๆ ครับไม่ได้โม้ หากผมต้องไปเยี่ยมคนไข้ทุกวัน ค่าน้ำมันรถต่อเดือน คงเกิน 8000 บาทแน่นอน ไม่มีปัญญาจริงๆ ครับผม พ่อช้างแกเป็นคนพูดตรงแบบขวานผ่าซาก(เหมือนใครฟ่ะ) ในการทำงานกับ อสม.พันธุ์ใหม่นั้น ผมจะมีหน้าที่เป็นโค้ช ไม่ใช่หัวหน้า อสม. ไม่ใช่ เจ้านาย ของ อสม. ผมมีหน้าที่ฝึกสอน และสนับสนุน อสม.เท่านั้น ในการดูแลผู้ป่วยไตวายของผมกับพ่อช้างก็พบว่า คนไข้มากมายชอบอาหารรสเค็ม ทำให้อาการไตวายของคนไข้แย่ลงอีก นอกจากนี้ยังมีคนไข้หลายรายไม่ยอมกินยา บางคนจะไปกินน้ำผลไม้ ขวดละ 1400 บาท ในอุบลรัตน์ กินน้ำผลไม้ยี่ห้อ อ..... แล้วไม่ยอมกินยา ตายมาแล้ว 4 คนในปี 2552 เพียงปีเดียว ปี 2551 ตาย 2 คนครับ ผม จำได้ มีคนไข้รายหนึ่ง ความดันสูงมาก คือสูงเกิน 210 มม.ปรอท ไม่ยอมไปรักษา ผมกับพ่อช้างและ ประธาน อสม. อีก 3 หมู่บ้าน ได้ไปยืนก้มหัว ขอร้องให้คนไข้ ยอมไปรักษา ลองดูว่า พวกผม อสม.พันธุ์ใหม่ กับ คนไข้ใครจะหัวดื้อกว่ากัน เป็นอันว่าคนไข้ต้องยอม ไปรักษาที่โรงพยาบาลจนได้ครับ ปัจจุบันคนไข้ก็แข็งแรงดีครับ

ปัจจุบันผมกับพ่อช้าง กำลังทำโครงการ All in project อยู่ครับ และกำลังปัดฝุ่นโครงการ อสม.พันธุ์ใหม่อีกครั้งหนึ่งอยู่ครับ นอกจากนี้ ผมก็ได้ริเริ่มทำโครงการมะนาวนอกฤดูแก้จนอยู่ ตอนนี้ กำลังวุ่นเชียวครับ


[1] ฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน โรงพยาบาลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 086-6317372 e mail: frxbaby@gmail.com

[2] ชื่อจริง นายประยูร รัตนทองสุข ประธาน อสม. บ้านหนองไหล ตำบลนาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

หมวดหมู่: การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อ. 10 พ.ย. 2552 @ 16:46 แก้ไข: อ. 10 พ.ย. 2552 @ 19:01

ความเห็น

1.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ พฤ. 12 พ.ย. 2552 @ 20:59
#1671297 [ ลบ ]

กุศลที่เกิดขึ้นจากการทำงานขอส่งผลให้ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอมและพ่อช้างรวมถึงครอบครัว ประสพแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปครับ อย่าท้อน่ะครับเป็นกำลังใจให้ครับ

2.
P
นาง...มณีวรรณ
เมื่อ พฤ. 12 พ.ย. 2552 @ 21:09
#1671320 [ ลบ ]

ขอชื่นชมพ่อช้างและภก.ศุภรักษ์

ที่ทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

ขอเป็นกำลังใจค่ะ

3.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 12 พ.ย. 2552 @ 21:13
#1671334 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณสามารถ เศรษฐวิทยามากครับ

ผมมองแล้วครับ ว่า มะนาวนอกฤดู หากทำได้ ชาวบ้านคงลืมตาอ้าปากได้

โดยเฉะาะที่อีสาน มีการปลูกมะนา่วน้อย ไม่พอกิน

คนอีสาน ปลูกมะนาว ไม่ค่อยเป็น โรคมะนาวยเยอะ

การออกดอก มะนาว ปู๋ย เรื่องนี้ ชาวบ้านมักไม่มีความรู้ครับ

ในอนาคต ผม มองเรื่องส้มอีสาน พันธุ์โตเร็ว เหมาะจะมา ทำต้นตอเสียบยอดมะนาว

มากครับ ไว้อนาคต อาจได้รบกวน ท่านสามารถครับ

4.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ พฤ. 12 พ.ย. 2552 @ 22:07
#1671568 [ ลบ ]

เล่นท่านเลยหรือครับพี่เล่นแรงดีครับ ผมได้อ่านแล้วรู้สึกดีใจจริงๆครับที่ยังเหลือคนประเภทนี้อยู่ ส่วนมากเท่าที่สังเกตุมักจะเห็นกับผลประโยชน์ของตนเองเป็นสำคัญ การทำงานแบบนี้สมกับคำว่าข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจริงๆ ทำเข้าไปเถอะครับพี่ ทำให้ตาย ทำให้สมกับการที่เกิดมาเป็นคนไทย

5.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ พฤ. 12 พ.ย. 2552 @ 22:11
#1671583 [ ลบ ]

ผมเคยเกิดปัญหาในการทำงานกับชุมชน ผมทราบถึงปัญหาของพี่ว่าขาดความสะดวกหลายๆอย่างในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ผู้ป่วย พี่เคยลองประสานงานกับทาง องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลบ้างไหมครับ ผมเคยติดต่อประสานงานและก็ได้รับความกรุณาเป็นอย่างดี อีกคนที่สำคัญก็นักพัฒนาชุมชน สามารถเป็นตัวกลางให้อย่างดี ครับ

6.
P
ประกาย~natachoei ที่~natadee
เมื่อ พฤ. 12 พ.ย. 2552 @ 22:15
#1671598 [ ลบ ]

ขอชื่นชมนะคะ แบบนี้ต้องส่งเลืองไปให้คุณพอลล่า

และร่วมเล่าการทำงานด้วยใจอย่างมีความสุข

ยกให้เป็น อสม. ดีเด่นคะ

7.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 11:39
#1672364 [ ลบ ]

วันนี้ออกช่วยเหลือชาวบ้านแถวไหนครับ สนุกไหมครับวันนี้

8.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 11:42
#1672367 [ ลบ ]

วันนี้ ไป บ้านโนนจิก ใกล้ๆ รพ. ครับ ชาวบ้านน่ารัก

มีผู้ป่วยหนัก 2 ราย

รยะสุดท้าย 1 รายครับ

สนุกแน่ครับ

บ้านนี้ มี ลูกจ้างประจำ รพ. อยู่ ทำให้ ทางสะดวกครับ

9.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 11:43
#1672369 [ ลบ ]

ส่วนของผมวันนี้ ต้องบรรยายเรื่องการปลูกมะกรูดระยะชิด ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอบึง ในส่วนของวิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย งานนี้ถ้าบรรยายไม่ดีโดน ตืบแน่! แล้วจะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเผยแพร่ให้ทราบครับ

10.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 11:45
#1672370 [ ลบ ]

เข้าหมู่บ้านบ่อยๆ สาวๆถามหายารักษาแผลใจบ้างหรือเปล่าครับ ฮา55

11.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 22:10
#1673574 [ ลบ ]

สวัสดี ท่าน สามารถ สาวๆ ไม่ค่อยเจอ เจอแต่แก่ๆ กับเด็กๆ

แต่ ถ้างานศพ งานแต่งงาน สาวๆ ตรึมครับ

ปกติ ชนบทภาคอีสาน ทั้งหมู่บ้าน จะมี แต่เด็ก วัยรุ่น คนแก่ คนวัยกลางคน 40 ปี ขึ้นไป

สาวๆ 18-30 ปี หายาก ครับ

12.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 22:11
#1673576 [ ลบ ]

ขอเป็นกำลังใจ ให้ ท่านสามารถ ในการบรรยายครับ