Wednesday, October 28, 2009

ชีวิตของป้าเคน นอนมา

ชีวิตของป้าเคน นอนมา
พลัง จิตอาสา นั้น ไม่มีหมดครับ
ชีวิตของป้าเคน

ภารกิจที่ 2 คุณป้าเบาหวาน เดินไม่ได้มา 1ปี
ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

ป้าเคน ป่วยเป็นเบาหวานและโรคไตวาย สภาพที่ผมเห็นป้าเคนครั้งแรก ป้าเคน ได้แค่ นอน เหนื่อยๆ บนเตียงแคร่ไม้ไผ่ ลุกไปไหนมาไหนไม่ไหว ไม่แม้แต่จะมีแรงลุกนั่งเอง ผมเข้าไปหาป้าเคน ด้วยความเป็นห่วง มากเนื่องจาก ได้ข่าวว่า ป้าเคนเดินไม่ได้มาปีกว่าแล้ว ผู้ป่วยเบาหวาน ที่อยู่ดีๆ ก็เดินไม่ได้ มักมีสาเหตุมากจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ ทำให้เกิดอาการอัมพาตตามมา เมื่อผมเข้าไปใกล้ป้าเคน ผมก็ได้กลิ่นปัสสาวะโชยเข้าจมูกผมอย่างแรง ป้าคงปัสสาวะรดที่นอน เนื่องจากเดินไม่ได้ ผมลองหยิกที่ต้นขาแก ป้าเคน ชักขาหนี อาดีมาก ขาขยับได้ไม่พิการ สภาพกล้ามเนื้อขาลีบเล็ก เห็นได้ชัด กล้ามเนื้อน่อง และต้นขาอ่อนนุ่มเหลว ผู้ป่วยหญิงอ้วนหน้าตาอิดโรย ดึงหนังตา และดูที่เล็บมือ แล้วผู้ป่วยมีอาการซีดของเลือดจางชัดเจน วัดความดันโลหิตแล้วสูงเล็กน้อย 145/88 มม.ปรอท น้ำตาลในเลือด 105 มก./ดล. ชีพจร 68 ครั้งต่อนาที ถือว่าดีมาก

จากการซักถามอาการพบว่า ป้าเคน นั้นเมื่อก่อนก็เดินได้ แต่ต่อมาปวดขามาก ก็เลยไม่เดิน เมื่อไม่เดินนานวันเข้า กล้ามเนื้อก็ลีบไม่มีแรงเลยต้องนอนเฉยๆ ที่แร่ใต้ถุนบ้าน มากว่า 1 ปีแล้ว จากการดูประวัติคนไข้ พบว่า ค่า CR=2.47 mg/dL นอกจากนี้ ยังมีภาวะซีด แพทย์สั่งยา sodamint folic ferrous calcium propranolol แสดงว่า คนไข้เป็นไตวายเรื้อรังชัดเจน ผมเองได้พูดคุยกับคุณป้าเคน ว่า ป้าเคนไม่เป็นอัมพาต ต้องเดินได้แน่นอน ให้หัดทำกายภาพบำบัด เดี๋ยวผมจะสอนเอง บ้านทุ่งโปร่งไม่ไกลมาก ผมขี่มอไซด์ มาบ่อยๆ ก็ได้ จากการสอบถามพบว่า ปีนี้ มีนักกายภาพบำบัด มาเยี่ยมบ้าน 1 ครั้ง มาสอน หัดเดิน จากประสบการณ์ของ ผมเองกว่า 14 ปี มาเยี่ยมคนไข้มีที่ มีปัญหา ปีละ 1 ครั้ง คงช่วยอะไรคนไข้ไม่ได้ อย่าง ป้าเคน ต้องมาทุกเดือน ในช่วงแรก ที่ เริ่มกายภาพบำบัด อาจต้องมาทุกสัปดาห์ (ไม่เป็นไร บ้านนี้ไม่ไกลแค่ 4 กม.เท่านั้นเอง) มาเยี่ยมบ่อยๆก็ได้ฟ่ะ(มาฟรีๆ อีกแล้ว)

โปรดติดตามตอนต่อไป ......



หมวดหมู่: การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
คำสำคัญ: primary care km patient care งานปฐมภูมิ เภสัชกร
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ศ. 23 ต.ค. 2552 @ 22:41 แก้ไข: ส. 24 ต.ค. 2552 @ 00:05
ความเห็น
1.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 23 ต.ค. 2552 @ 22:45
#1629682 [ ลบ ]

ขอ อนุญาติ การ post ภ่าพถ่ายจากป้าเคนแล้วครับ
2.
P
♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
เมื่อ ศ. 23 ต.ค. 2552 @ 22:53
#1629708 [ ลบ ]

อ๋อ....ป้าเคน นอนมา รพ.นั่นเองค่ะ

เป็นกำลังใจให้ป้าเคน มีกล้ามเนื้อขาแข็งแรง และเดินได้โดยไวค่ะ
3.
P
น้องนัท
เมื่อ ศ. 23 ต.ค. 2552 @ 23:49
#1629840 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะคุณน้า

หนูมาอ่านบันทึกของคุณน้าค่ะ

ขอให้คุณป้าเคนหายเร็ว ๆนะคะ
4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 24 ต.ค. 2552 @ 07:17
#1630072 [ ลบ ]

ขอ ขอบคุณ น้องนัท ที่มาเยี่ยมชม blog ครับ

ขอให้น้องนัท มีสุขภาพดีมากๆครับ สาธุ
5.
P
คุณ บุญนาค ฮายีมา
เมื่อ ส. 24 ต.ค. 2552 @ 12:18
#1630538 [ ลบ ]

คุณหมอคะ

อาการปวดขามีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงด้วย พบบ่อยมาค่ะ

ขอเอาใจช่วยค่ะ ดีใจกับป้าเคนนะคะ

ได้นั่งนอนช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนก่อนเดินได้ ก็คงเป็นเพราะกำลังใจจากคุณแน่นอนค่ะ

คิดว่าไม่นานญาติพี่น้องคุณป้าก็คงไม่กล้าอยู่เฉยล่ะค่ะคราวนี้

ขอบคุณมากๆค่ะ
6.
P
สามสัก
เมื่อ ส. 24 ต.ค. 2552 @ 12:46
#1630576 [ ลบ ]

* ชื่นชม กับการทำงานเชิงรุก .ไม่มีเชิงรอ .มาโดยตลอด
* มาเป็นกำลังใจให้ครับ
* ขอขอบคุณครับ

7.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 24 ต.ค. 2552 @ 16:40
#1631035 [ ลบ ]

ติดตามอ่าน เรื่องป้าเคน ทางอนุทินได้ครับ

การบริบาลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

การบริบาลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

จินตนาการสำคัญกกว่าความรู้

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ถือเป็นผู้ป่วยเรื้อรังกลุ่มใหญ่ ในโรงพยาบาล

หลักสำคัญในการดูแลผู้ป่วยได้แก่


1 คุมความดันโลหิตให้ ต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท

2 หากเป็นเบาหวานหรือโรคหัวใจ ความดันควรต่ำกว่า 130/90 มม.ปรอท

3 หากเป็นโรคไตวาย ความดันควรต่ำกว่า 125/80 มม.ปรอท

4 ลดเกลือ และเพิ่มผัก

5 อย่าให้คนไข้ขาดยา ไม่กินยา หรือขาดนัด

6 ระวัง ADR จากยา

7 เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น เจ็บแน่นหน้าอก อัมพาต ตัวบวม ไอ ปัสสาวะไม่ออก

หน้ามืด

8 ฝึกสมาธิ และสวดมนต์

9 ตรวจการทำงานของไต

การเลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วย

1 ผู้สูงอายุ เลือก HCTZ

2 หัวใจขาดเลือด เลือก atenolol and enalapril

3 ไตวาย เลือก enalapril (Cr<3.0)>

4 หัวใจล้มเหลว เลือก enalapril+carvedilol

5 เบาหวาน เลือกยา enalapril or lorsatan

สรุปหลักสำคัญ

1 ให้ความรู้ที่จำเป็น ในการดูแลตนเอง

2 พูดคุย ตีสนิท

3 แสดง ความห่วงใย

4 จดจำผู้ป่วยได้

5 รับฟัง อย่างตั้งใจ

6 เตือน ภาวะฉุกเฉิน เช่นภาวะไตวาย โรคหัวใจ อัมพาต

7 การแก้ปัญหาเบื้องต้นที่พบบ่อยในผู้ป่วย

เช่น หากความดันสูง เกิน 160 ให้นอนพัก

หากบวม ให้ ลดน้ำ และงดเกลือ

บทบาท ที่มากเหล่านี้ ในเวลาปกติ อาจทำได้ ยาก

ดังนั้น วันว่าง

ผมจึงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้านครับ

หมวดหมู่: การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
คำสำคัญ: km patient care เภสัชกร ยา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: จ. 26 ต.ค. 2552 @ 22:54 แก้ไข: อ. 27 ต.ค. 2552 @ 17:15

ความเห็น

1.
P
กระติก~natachoei ที่ ~natadee
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:05
#1635706 [ ลบ ]

คนไข้ได้ Enalapril แล้ว ไอ จนบางครั้งรบกวนการนอน (มีหัวใจร่วมด้วย)

จะทำอย่างไรดีค่ะ

2.
P
ครูตา ลป.
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:09
#1635711 [ ลบ ]
  • สว. เข้ามาเรียนรู้เพื่อหาทางป้องกันการเป็นโรคความดันโลหิต และหัวใจขาดเลือดค่ะ
  • ขอบคุณสำหรับข้อมูลให้ได้เรียนรู้ค่ะ

3.
P
นาย เอกราช แก้วเขียว
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:17
#1635722 [ ลบ ]

มาเยี่ยมครับ ... การป้องกัน ดีกว่า การแก้ไขครับ

4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:28
#1635736 [ ลบ ]

เรียน คุณกระติก

ใช้ lorsatan แทนครับ เม็ดละ 4 บาท

5.
P
กุ้งนาง สุธีรา
เมื่อ อ. 27 ต.ค. 2552 @ 07:45
#1635931 [ ลบ ]

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องยาค่ะ ดีจังมีเภสัชกรใกล้ตัวใน go to know นี่เอง

6.
P
ครูคิม
เมื่อ อ. 27 ต.ค. 2552 @ 07:57
#1635944 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

  • ขอขอบพระคุณกับเรื่องที่ดีมีสาระค่ะ
7.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 27 ต.ค. 2552 @ 15:26
#1636919 [ ลบ ]

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจครับ

Saturday, August 29, 2009

ทำงานร่วมกับแพทย์

อย่าปล่อย ให้แพทย์สั่งยา ตามลำพัง
ผิดบ้าง
ถูกบ้าง
เภสัชกร ก็จ่ายยาไป
เภสัชกร ไม่ใช่เด็กจ่ายยา

เภสัชกร ต้องรู้ ว่า ผู้ป่วยแบบนี้ ต้องสั่งยาอย่างไร
ห้ามสั่งยาอะไร
ปัญหาด้านยามีอะไรบ้าง

และจัดการปัญหาอย่างไรครับ

Saturday, August 15, 2009

เภสัชกร ไม่ใช่แค่พระรอง

จำได้สมัยผมเป็น นักศึกษาเภสัช อาจารย์ท่านหนึ่งสอนผมว่า เภสัชกร ต้องเรียนรู้การเป็นพระรอง

เพราะเราไม่ใช่พระเอกใน โรงพยาบาล

Wednesday, July 29, 2009

ตัวทวีแห่งงานสาธารณสุข

ผมเอง เป็น เภสัชกร ทำงานมานาน เป็นคนพูดตรง บางครั้งเพื่อนๆ ก็ไม่ชอบ

แต่การพูดตรงไปตรงมา

ทำให้เข้ากับชาวบ้าน และผู้ป่วยได้ดี มีเพื่อน ร่วมอุดมการณ์ มากกว่า 140 คน

คนอีสาน ที่พูดตรงๆ เว้าซื่อๆแต่จริงใจ

ช่วยทำงาน

1 ดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน
2 ส่งเสริมการเลิกบุหรี่
3 เยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรัง
(ตีพิมพ์แล้ว)

4 ป้องกัน และคัดกรองโรคเบาหวาน
5 คัดกรองผู้ติดสุรา
6 คัดกรองโรค เจอ ผู้ป่วยรายใหม่กว่า 256 คน
7 เจอผู้มี ภาวะแทรกซ้อน กว่า 355 ครั้ง 244 คน
และื่ วางระบบดูแลผู้ป่วยหนักทั้งอำเภอ....

ทุกอย่าง เริ่ม จากเภสัชกรอ้วนๆ คนเดียว ที่เป็นแกะดำใน รพ. แต่เป็นเภสัชกร ที่

เข้ากับชาวบ้านและผู้ป่วยได้่ดีครับ เป็นแกะขาวในหมู่ชาวบ้าน

เป็นคนแปลก ชอบทำงานลุยๆ ออกพื้นที่ แต่ชอบใช้สมอง ขบคิดงานวิชาการ

มีอุดมการณ์ แต่ไม่ใช่สไตล์เพื่อชีวิต
แต่ออกแนว หนุ่มเพลงรักมากกว่า


สรุป หากเจ้าหน้าที่ จริงใจ กับชา่วบ้าน ก็จะมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากมาย

ที่จะช่วยทำงานจิตอาสา นี่คือ ตัวทวีแห่งงานสาธารณสุข ก็คือ คนดีๆ ในชุมชนนั่นเอง ซึ่งมีไม่น้อยเลยครับ

เพลงโปรดของผม คือเพลง ขอ ของ paradox

Tuesday, June 23, 2009

สิ่งสำคัญจริงๆ

ในการบริบาลผู้ป่วย สิ่งคำคัญก็คือ

  1. การวินิจฉัยโรคแม่นยำรวดเร็ว
  2. การรักษาตามมาตรฐาน
  3. ความร่วมมือในการใช้ยา
  4. การติดตามดูแลผู้ป่วยเข้มข้นพอ
  5. การวางระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ตลอด
  6. การพัฒนาศัยภาพครอบครัวผู้ป่วย
กล่าวโดยสรุป หากระบบพื้นฐานทำได้ดี ประสิทธิภาพจึงเกิดได้ครับ

Monday, May 4, 2009

หลงทางเสียเวลา

งาน HA กลับการเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ที่เรียกว่า patient center นั้น
อาจมีความคลาดเคลื่อน ในการดำเนินงานเนื่องจาก

1 การเยี่ยมสำรวจภายนอก ผู้เยี่ยมสำรวจจะต้องเก็บหลักฐาน เพื่อส่งกรรมการ HA
ดังนั้น งานหลายๆ อย่างจึงเน้น หาหลักฐาน เอกสารมาส่งทำให้ระบบ HA สามารถช่วยผู้ป่วยได้น้อย
เนื่องจากมุ่งเน้นงานเอกสารนั่นเอง

2 การใช้แนวทาง หรือต้นแบบ หรือกำหนดหัวข้อในการพัฒนา
การพัฒนาคุณภาพตามแนวทางนี้ มีข้อจำกัดก็คือพยายาม จะให้ทุกๆ คนทำเหมือนๆ กัน
เพื่อเป็นมาตราฐานเดียวกัน (อาจหมายถึงห่วยเหมือนกัน)

หรือกำหนดขอบเขต ตาม process ที่แนะำนำ ซึ่งไม่อาจรับประกัน outcome หรือ impact
ของงานว่าได้ผลดีเลย ดังนั้น ระบบ HA หากมองผิดมุม จะเป็นการบังคับให้โรงพยาบาล
ทำกิจกรรมที่ไม่ได้ความ หรือมีประโยชน์น้อย

ยกตัวอย่าง เช่น การให้จัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งกิจกกรรมดูเหมือว่าจะจำเป็นและเป็น
การทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย แต่ถ้าหาก เทียบกับกิจกรรมเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาผู้ป่วย
จะพบว่ากิจกรรมพัฒนาความร่วมมือการใช้ยาของผู้ป่วย( drug compliance)
จะมีประโยชน์ชัดเจน และมีงานวิชาการสนับสนุน และเป็นปัญหาสำคัญในระบบยาของประเทศไทย
อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถูกกระแสวิชาชีพเภสัชกรรมและ พรพ. มองข้ามอย่างน่าเสียดายครับ