Showing posts with label ความดันโลหิตสูง. Show all posts
Showing posts with label ความดันโลหิตสูง. Show all posts

Thursday, June 3, 2010

การทำงานร่วมกันของเภสัชกร กับพยาบาลสามารถช่วยผู้ป่วยความดันสูงได้

การทำงานร่วมกันของเภสัชกร กับพยาบาลสามารถช่วยผู้ป่วยความดันสูงได้

เภสัชกร กับพยาบาล ช่วยกันดังนี้

1 Care from a pharmacist and nurse team included a wallet card with recorded BP measures,

เภสัชกร กับพยาบาล มีบันทึก การวัดความดันผู้ป่วย
2 cardiovascular risk reduction education and counseling,

มีการให้สุขสึกษา และ คำปรึกษา

3 a hypertension education pamphlet,

มีแผ่นพับ ให้ สุขศึกษา
4 referral to the patient's primary care physician for further assessment or management, a 1-page local opinion leader–endorsed evidence summary sent to the physician reinforcing the guideline recommendations for the treatment of hypertension and diabetes,

มีการส่งต่อแพทย์ พร้อม สรุปแนวทางการรักษาโรคเพื่อ กระต้นให้แพทย์รักษา ตาม CPG
แพทย์ที่แคนาดา ก็มั่วเหมือนกัน 55555


5 4follow-up visits throughout 6 months.


ติดตามคนไข้ 4 ครั้งใน 6เดือน

A Randomized Trial of the Effect of Community Pharmacist and Nurse Care on Improving Blood Pressure Management in Patients With Diabetes Mellitus

Study of Cardiovascular Risk Intervention by Pharmacists–Hypertension (SCRIP-HTN)

Donna L. McLean, MN, RN NP; Finlay A. McAlister, MD, MSc, FRCPC; Jeffery A. Johnson, BSP, PhD; Kathryn M. King, RN, PhD; Mark J. Makowsky, BSP, PharmD; Charlotte A. Jones, PhD, MD, FRCPC; Ross T. Tsuyuki, BSc(Pharm), PharmD, MSc, FCSHP, FACC; for the SCRIP-HTN Investigators

Arch Intern Med. 2008;168(21):2355-2361.

Background Blood pressure (BP) control in patients with diabetes mellitus is difficult to achieve and current patterns are suboptimal. Given increasing problems with access to primary care physicians, community pharmacists and nurses are well positioned to identify and observe these patients. This study aimed to determine the efficacy of a community-based multidisciplinary intervention on BP control in patients with diabetes mellitus.

Methods We performed a randomized controlled trial in 14 community pharmacies in Edmonton, Alberta, Canada, of patients with diabetes who had BPs higher than 130/80 mm Hg on 2 consecutive visits 2 weeks apart. Care from a pharmacist and nurse team included a wallet card with recorded BP measures, cardiovascular risk reduction education and counseling, a hypertension education pamphlet, referral to the patient's primary care physician for further assessment or management, a 1-page local opinion leader–endorsed evidence summary sent to the physician reinforcing the guideline recommendations for the treatment of hypertension and diabetes, and 4 follow-up visits throughout 6 months. Control-arm patients received a BP wallet card, a pamphlet on diabetes, general diabetes advice, and usual care by their physician. The primary outcome measure was the difference in change in systolic BP between the 2 groups at 6 months.

Results A total of 227 eligible patients were randomized to intervention and control arms between May 5, 2005, and September 1, 2006. The mean (SD) patient age was 64.9 (12.1) years, 59.9% were male, and the mean (SD) baseline systolic/diastolic BP was 141.2 (13.9)/77.3 (8.9) mm Hg at baseline. The intervention group had an adjusted mean (SE) greater reduction in systolic BP at 6 months of 5.6 (2.1) mm Hg compared with controls (P = .008). In the subgroup of patients with a systolic BP greater than 160 mm Hg at baseline, BP was reduced by an adjusted mean (SE) of 24.1 (1.9) mm Hg more in intervention patients than in controls (P < .001).

Conclusion Even in patients who have diabetes and hypertension that are relatively well controlled, a pharmacist and nurse team–based intervention resulted in a clinically important improvement in BP.

Trial Registration clinicaltrials.gov Identifier: NCT00374270


Author Affiliations: Department of Medicine, Faculty of Medicine (Ms McLean and Drs McAlister and Tsuyuki), School of Public Health (Drs McAlister, Johnson, and Tsuyuki), and Faculty of Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (Drs Makowsky and Tsuyuki), University of Alberta, Edmonton; and Institute of Health Economics (Drs McAlister, Johnson, and Tsuyuki) and Departments of Community Health Sciences (Drs King and Jones) and Medicine (Dr Jones), Faculty of Medicine, and Faculty of Nursing (Dr King), University of Calgary, Calgary, Alberta, Canada.


Thursday, January 7, 2010

ลดความดันโลหิต ด้วยกีฬากำหนดลมหายใจ

ลดความดันโลหิต ด้วยกีฬากำหนดลมหายใจ

คน เราหลีกเลี่ยงการมีอายุเพิ่มขึ้นไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่เพิ่มความเสี่ยงได้โดยการควบคุมโรคที่มีอยู่เดิมให้ดี ขึ้น การเกิดโรคเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราอายุสั้น และต้องจบชีวิตลงก่อนถึงเวลาอันควร การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและเอาใจใส่ การเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ เหมาะสมได้

กีฬาและการออกกำลังกายประเภทที่ต้องกำหนดลมหายใจไป ด้วย อย่างเช่น โยคะ ไทเก๊ก พีลาทีส ฯลฯ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากทำให้รูปร่างดีขึ้นแล้ว จิตใจยังสงบลงด้วย

ข้อดีของกีฬากำหนดลมหายใจ
ใน การเล่นกีฬาทั่วไป การหายใจจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ไม่รู้สึกตัวขณะที่กีฬาที่ต้องกำหนดลมหายใจ ผู้เล่นจะรับรู้การหายใจเข้า-ออกไปจนถึงการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออย่างจด จ่ออยู่ตลอดเวลา

หลักการสำคัญคือ หายใจเข้าขณะที่ร่างกายหรือกล้ามเนื้อยืดออก และหายใจออกขณะที่กล้ามเนื้อหดเข้า เทคนิคการหายใจแบบนี้สัมพันธ์กันระหว่างกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนเลือด นั่นคือ เมื่อหายใจเข้ารับออกซิเยนเข้าสู่ปอด และส่งต่อไปกับเส้นเลือก กล้ามเนื้อที่ยืดออกพอดีทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ส่งออกซิเจนให้เซลล์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนั้นก็รับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเซลล์เพื่อนำกลับมาขับออกจากร่าง กายผ่านทอกปอด จึงพอดีกับที่ขยับร่างกายในท่าหดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะบีบเส้นเลือดและไล่เลือดให้ไหลกลับมาสู่ปอดและหัวใจ พร้อมกับหายใจออกและนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากปอดไป นอกจากนี้การกำหนดลม
หายใจพร้อมกับเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมยังช่วยปรับความดันโลหิตได้ด้วย

ปัจจัยก่อความดันสูง
ความ ดันโลหิตคือความดันในหลอดเลือดแดง แรงดันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น แรงบีบของหัวใจ ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด แรงต้านหรือความดันย้อนกลับที่เกิดขึ้น (เช่น ร่างกายมีของเหลวมากหรือมีน้ำหนักตัวมาก) แรงบีบของกล้ามเนื้อที่บีบลงบนเส้นเลือดขนาดเล็ก ความข้นของเลือด ปริมาณของเลือดทั้งหมด รวมถึงสุขภาพโดยทั่วไปของแต่ละคน การทำงานของไตและตับ แรงบีบและประสิทธิภาพการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและระบบการหายใจของร่างกาย ด้วย

สาเหตุที่ทำให้ความดันสูงมาจาก 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยทางกาย และปัจจัยทางอารมณ์ ได้แก่ ความเครียด ความโกรธ ความเศร้า ส่วนปัจจัยทางร่างกาย ได้แก่ การออกกำลังกายไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล (เช่น อาหารที่ไม่ไขมันสูง แต่มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่ำ) การสูบบุหรี่ การนอนหลับพักผ่านน้อย แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเพียง 2 ปัจจัย นั้นคือ ปัจจัยทางอาการณ์
และการออกกำลังกายไม่เพียงพอ

ปัจจัย ทางอารมณ์ เมื่อเกิดความเครียด ความโกรธ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินออกมา ทำให้ผนังเส้นเลือดหดตัวเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนมากไปที่กล้ามเนื้อและ สมองอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าหากคุณเครียดหรือเกิดอารมณ์โกรธเคืองเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะความดันโลหิตสูงอย่างถาวรได้

ส่วนการไม่ ออกกำลังกาย นั้นเกี่ยวข้องกับความดันโลหิต คือระบบการไหลเวียนเลือดต้องอาศัยการบีบและคลายของกล้ามเนื้อทั้งตัวร่วมกับ การทำงานของหัวใจ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณทรวงอก ช่องท้องและกะบังลม

ใน สภาวะการหายใจแบบปกติ การสูดอากาศที่มีออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและส่งคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จะทำให้เกิดแรงดันในทรวงอกและช่องท้อง ซึ่งมีผลต่อการบีบ-คลายของหัวใจเพื่อส่งเลือดด้วย ดังนั้นหากเราหายและเคลื่อนไวกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอย่างถูกต้อง ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดจะทำงานได้ราบรื่นขึ้น แต่ผู้ที่ไม่ค่อยขยับเขยื้อนร่างกายหรือนั่งอยู่กับที่นาน ๆ ระบบการหายใจจะไม่ได้ทำงานเต็มที่เหมือนขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อทั่วร่างกายก็ไม่ค่อยได้ทำงานเต็มที่เหมือนขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อทั่วร่างกายก็ไม่ค่อยได้ทำงาน นานวันเข้าความดันโลหิตจึงสูงขึ้น

ปรับความดันด้วยกีฬาฝึกลมหายใจ
การ ออกกำลังกายช้า ๆ ที่ต้องร่วมกับการฝึกหายใจ อย่างเช่น โยคะ พีลาทีส ซี่กง ไทเก๊ก มวยจีน ฯลฯ จึงให้ประโยชน์ 2 ประการ คือ ช่วยการบีบตัวของกล้ามเนื้อและกะบังลม และเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้เลือด

ประการ หลังนี้สำคัญมาก เพราะเลือดมีบทบาทเป็นตัวนำออกซิเจน ซึ่งมีผลต่อความดันโลหิตมาก ถ้าเนื้อเยื่อในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นโดยการฉีดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตจึงต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยและหากเกิดในผู้ที่เส้นเลือดอุดตัน เป็นบางส่วนอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเป็นอันตรายเพราะอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาต หรือหัวใจล้มเหลว

การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการกำหนด ลมหายจึงช่วยปรับความดันโลหิต เพราะช่วยลดความเครียดและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และหลอดเลือดทั่วร่างกายจะสูบฉีดเลือดได้ราบรื่นขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยลดแรง ดันในทรวงอกและช่องท้อง ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักเกินควร เพราะไม่มีแรงดันต้านกลับจากภายใน

อย่างไรก็ตาม การควบคุมระดับความดันโลหิตก็ต้องทำร่วมกับการกินอาหารที่ดี การพักผ่อนเพียงพอ รวมถึงการผ่อนคลายความเครียด จึงจะส่งผลดีอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน

เรียบเรียงโดย พจณีย์ พูลเจริญ
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

: กาย
: บทความ
: สุขภาพดี
จริญญา 13 ต.ค. 2552 14 ต.ค. 2552
ความคิดเห็น (1)

ซี่กง น่าสนแฮะ ส่วนโยคะ ถ้าไปเล่นที่ฟิตเนสนั้นเราว่าแพงน่ะ แต่พอเล่นที่บ้านคนเดียวไม่มีคนสอนก็ไม่สนุกอีก เง้อ

แอม (117.47.183.45) 17 พฤศจิกายน 2552 - 00:28 (#509)

Wednesday, October 28, 2009

การบริบาลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

การบริบาลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

จินตนาการสำคัญกกว่าความรู้

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ถือเป็นผู้ป่วยเรื้อรังกลุ่มใหญ่ ในโรงพยาบาล

หลักสำคัญในการดูแลผู้ป่วยได้แก่


1 คุมความดันโลหิตให้ ต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท

2 หากเป็นเบาหวานหรือโรคหัวใจ ความดันควรต่ำกว่า 130/90 มม.ปรอท

3 หากเป็นโรคไตวาย ความดันควรต่ำกว่า 125/80 มม.ปรอท

4 ลดเกลือ และเพิ่มผัก

5 อย่าให้คนไข้ขาดยา ไม่กินยา หรือขาดนัด

6 ระวัง ADR จากยา

7 เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น เจ็บแน่นหน้าอก อัมพาต ตัวบวม ไอ ปัสสาวะไม่ออก

หน้ามืด

8 ฝึกสมาธิ และสวดมนต์

9 ตรวจการทำงานของไต

การเลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วย

1 ผู้สูงอายุ เลือก HCTZ

2 หัวใจขาดเลือด เลือก atenolol and enalapril

3 ไตวาย เลือก enalapril (Cr<3.0)>

4 หัวใจล้มเหลว เลือก enalapril+carvedilol

5 เบาหวาน เลือกยา enalapril or lorsatan

สรุปหลักสำคัญ

1 ให้ความรู้ที่จำเป็น ในการดูแลตนเอง

2 พูดคุย ตีสนิท

3 แสดง ความห่วงใย

4 จดจำผู้ป่วยได้

5 รับฟัง อย่างตั้งใจ

6 เตือน ภาวะฉุกเฉิน เช่นภาวะไตวาย โรคหัวใจ อัมพาต

7 การแก้ปัญหาเบื้องต้นที่พบบ่อยในผู้ป่วย

เช่น หากความดันสูง เกิน 160 ให้นอนพัก

หากบวม ให้ ลดน้ำ และงดเกลือ

บทบาท ที่มากเหล่านี้ ในเวลาปกติ อาจทำได้ ยาก

ดังนั้น วันว่าง

ผมจึงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้านครับ

หมวดหมู่: การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
คำสำคัญ: km patient care เภสัชกร ยา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: จ. 26 ต.ค. 2552 @ 22:54 แก้ไข: อ. 27 ต.ค. 2552 @ 17:15

ความเห็น

1.
P
กระติก~natachoei ที่ ~natadee
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:05
#1635706 [ ลบ ]

คนไข้ได้ Enalapril แล้ว ไอ จนบางครั้งรบกวนการนอน (มีหัวใจร่วมด้วย)

จะทำอย่างไรดีค่ะ

2.
P
ครูตา ลป.
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:09
#1635711 [ ลบ ]
  • สว. เข้ามาเรียนรู้เพื่อหาทางป้องกันการเป็นโรคความดันโลหิต และหัวใจขาดเลือดค่ะ
  • ขอบคุณสำหรับข้อมูลให้ได้เรียนรู้ค่ะ

3.
P
นาย เอกราช แก้วเขียว
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:17
#1635722 [ ลบ ]

มาเยี่ยมครับ ... การป้องกัน ดีกว่า การแก้ไขครับ

4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 26 ต.ค. 2552 @ 23:28
#1635736 [ ลบ ]

เรียน คุณกระติก

ใช้ lorsatan แทนครับ เม็ดละ 4 บาท

5.
P
กุ้งนาง สุธีรา
เมื่อ อ. 27 ต.ค. 2552 @ 07:45
#1635931 [ ลบ ]

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องยาค่ะ ดีจังมีเภสัชกรใกล้ตัวใน go to know นี่เอง

6.
P
ครูคิม
เมื่อ อ. 27 ต.ค. 2552 @ 07:57
#1635944 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

  • ขอขอบพระคุณกับเรื่องที่ดีมีสาระค่ะ
7.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 27 ต.ค. 2552 @ 15:26
#1636919 [ ลบ ]

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจครับ