Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts

Saturday, May 1, 2010

SLE หรือโรคพุ่มพวง

SLE หรือโรคพุ่มพวง

SLE คือ อะไร
โรค เอส แอล อี (Systemic Lupus Erythematosus – SLE) หรือที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยในชื่อของ “โรคพุ่มพวง” เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิต้านที่ผิดปกติ แล้วย้อนกลับมามีผลต่ออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยทำให้เกิดความผิดปกติต่อเส้นผม ผิวหนัง ข้อ ไต หัวใจ สมอง เลือด หลอดเลือด และองค์ประกอบอื่นๆ (ผิดปกติได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย) โดยที่ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการที่เกิดกับอวัยวะต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน ได้แก่ เส้นผมและผิวหนัง จะมีผมร่วง มีผื่นที่ผิวหนัง มีภาวะแพ้แสงแดด (Photosensitivity)

ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง อายุระหว่าง 20-45 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 30 ปี ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายประมาณ 9-10 เท่า พบได้ในทุกเชื้อชาติ จะพบในคนผิวดำและผิวเหลืองมากกว่าผิวขาว พบมากในบริเวณเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน

ในปัจจุบันสาเหตุของโรค เอส แอล อี ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าอาจเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน คือ
1. กรรมพันธุ์ 2. ฮอร์โมนเพศหญิง
3. ภาวะติดเชื้อบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อไวรัส

แนวทางการรักษา
การรักษาโรค SLE ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นโรคต่าง ๆ และให้ยาจำเพาะสำหรับโรค ยาที่รักษา SLE นั้นมีหลายชนิด ยาที่แพทย์มักจะเลือกใช้คือ

  1. ยาต้านเชื้อมาเลเรีย จำพวก chloroquine ใช้ในรายที่อาการไม่รุนแรง เช่น ปวดข้อ มีผื่นขึ้น
  2. ยาพวก corticosteroid มีทั้งยากินและฉีด ในรายที่รุนแรงให้เป็นยาฉีด สำหรับความรุนแรงปานกลางให้เป็นยากิน
  3. ยาพวกปรับภูมิคุ้มกัน มีหลายชนิด มักใช้ในกรณีที่โรครุนแรง มีพยาธิสภาพกับอวัยวะภายในร่วมด้วย เช่น ที่สมอง ไต ปอด หัวใจ เป็นต้น
  4. ให้สารอิมมูโนโกลบูลินขนาดสูง ใช้ในรายที่ SLE ดื้อต่อยาอื่น ๆ จะได้ผลประมาณ 60% โดยเฉพาะ SLE ที่มีพยาธิสภาพที่ไตและสมองได้ผลดี ข้อดีของยานี้ช่วยไม่ให้ติดเชื้อง่าย
  5. การเปลี่ยนถ่ายพลาสมา เป็นการรักษา SLE ที่มีอาการหนักและรุนแรงมากเป็นกรรมวิธีที่ต้องใช้ร่วมกับยาปรับภูมิคุ้มกัน

จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นโรค SLE

  1. ในระยะแรกที่ต้องได้รับการรักษาด้วยยา ต้องรับประทานยาตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
  2. พยายามอย่าให้ผิวหนังถูกแสงแดดโดยตรง ควรใส่หมวกปีกกว้าง กางร่ม และสวมใส่เสื้อแขนยาวเวลาที่จำเป็นต้องออกแดด
  3. ทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด ท้อถอย เศร้าใจ หรือกังวลใจ เพราะอาจทำให้อาการกำเริบได้ ควรมีกำลังใจและมีความอดทนต่อการรักษา
  4. เสริม สร้างร่างกายให้แข็งแรง โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหารประเภท เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักและผลไม้ต่าง ๆ ควรการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  5. เนื่องจากผู้ป่วย SLE มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่ายจึงต้องคอยระวังตัว ไม่เข้าใกล้ผู้ที่กำลังเป็นโรคติดต่อ เช่น โรคหวัด หลีกเลี่ยงการอยู่ในชุมชนแออัด นอกจากนี้อาหารที่รับประทานทุกชนิดควรเป็นอาหารที่สุก สะอาด
  6. ปฏิบัติ ตามคำแนะนำของแพทย์ ไปรับการตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ในการรักษาและประเมินความรุนแรงของโรค ส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม
  7. ไม่ควรเปลี่ยน แพทย์ผู้รักษาบ่อย ๆ เพราะแพทย์คนใหม่อาจจะไม่ทราบรายละเอียดของ อาการเจ็บป่วย ทำให้เกิดความล่าช้าในการวินิจฉัยและการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาจเป็นอันตรายได้
  8. ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะจะมีโอกาสแพ้ยาได้บ่อยและรุนแรงกว่าคนธรรมดา
  9. ไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง
  10. หาก พบอาการผิดปกติ มีไข้ หรือไม่สบาย ควรรีบกลับไปปรึกษาแพทย์ผู้รักษาทันที หรือหากจะไปหาแพทย์ท่านอื่น ควรนำยาที่กำลังรับประทานอยู่ไปให้แพทย์ดูด้วยทุกครั้ง เพื่อว่าแพทย์จะได้จัดยาได้ถูกต้องและสอดคล้องกับยาที่รับประทานอยู่เป็น ประจำ
  11. ผู้ป่วยหญิงที่แต่งงานแล้ว ไม่ควรมีบุตรในระยะที่โรคกำเริบ เพราะจะเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ ไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดเพราะอาจจะทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลี่ยงไปใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ผู้ป่วยจะสามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อพ้นระยะที่โรคมีความรุนแรงแล้ว แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์และขณะตั้งครรภ์ควรได้รับการดูแลอย่าง ใกล้ชิดจากแพทย์

เอกสารอ้างอิง
Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach, Sixth Edition 2005, p.1981-1986.

The American College of Rheumatology revised criteria for the classification of systemic lupus erythematosus 1997.

เอกสาร ประกอบการฝึกปฏิบัติวิชาชีพด้านการบริบาลทางเภสัชกรรม หลักสูตรการบริบาลเภสัชกรรม (รุ่นที่ 1) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา. 2550

: กาย
: บทความ
: สุขภาพดี
: sle โรค

Monday, February 1, 2010

พฤติกรรมดีห่างไกลโรคหัวใจ

พฤติกรรมดีห่างไกลโรคหัวใจ

เมื่อเร็วๆ นี้ examiner.com รายงานว่าพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันที่ดีนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

นักวิจัยได้ทำการศึกษาพบว่าพฤติกรรมที่ช่วยให้ผู้ชายมีสุขภาพหัวใจดีนั้น ได้แก่

  • การดูแลควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • การไม่สูบบุหรี่
  • การออกกำลังกายเป็นประจำ
  • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปานกลาง
  • การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธัญพืช
  • การรับประทานรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยผักและผลไม้

และ จากการสำรวจในผู้ชายจำนวน 20,000 คนพบว่าผู้ที่มีพฤติกรรมทั้งหมดข้างต้นจะมีความเสี่ยงเพียง 1 ใน 10 ที่จะเป็นโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ทำพบว่าจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจล้มเหลวได้ถึง 1 ใน 5

สำหรับผู้หญิงนั้นกับโรคความดันโลหิตสูงนั้น จากการสำรวจผู้หญิง 83,000 คนพบว่าถ้าผู้หญิงมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพดี ได้แก่

  • การมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • การออกกำลังกายทุกวัน
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงปานกลาง
  • การใช้ยาบรรเทาปวดไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์
  • การรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิคสูง

จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำ

พฤติกรรมที่ดีที่ปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน แม้บางครั้งอาจยุ่งยากแต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาย่อมคุ้มค่าเสมอ

: กาย
: ข่าว
: สุขภาพดี
อัญชลี 25 ก.ค. 2552 25 ก.ค. 2552

Saturday, January 9, 2010

ชีวิตแต่งงานมีค่ามากขึ้น ในยามผู้ชายเจ็บป่วย

ชีวิตแต่งงานมีค่ามากขึ้น ในยามผู้ชายเจ็บป่วย

ผู้ชายมักจะให้ความสำคัญกับการแต่งงานต่อเมื่อพวกเขาอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตการทำงาน หรือ ในยามที่พวกเขาป่วยหนัก

นัก วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจ วิถีการทำงาน และรายได้ที่ได้รับของชาวแคนาดา พบว่า ผู้มีรายได้หลักมักจะเป็นสามี และ รายได้นี้มักจะกลายเป็นรายได้สำรอง โดบเก็บไว้ที่ภรรยา และรายได้รองนี้จะถูกนำมาจ่ายก้ต่อเมื่อ สามีไม่สามารถหาเงินได้ หรือ ในภาวะที่ฝ่ายชายเจ็บป่วย

จิโอแวนนี่ กาลิโพลิ จากมหาวิทยาลัยบริทิชโคลัมเบีย และ ลอร์ร่า เทอร์เนอร์ จากมหาวทิยาลัยโตรอนโต พบว่า เงินสำรอง หรือ เงินประกัน กลายเป็นรายได้หลัก ที่มีความสำคัญของชีวิตแต่งงาน ในยามที่สามีไม่สามารถหารายได้ได้

ผลที่ตามมาคือ การแต่งงานจะยั่งยืนมากขึ้น และความไม่มั่นคงก็ถูกกำจัดไป กล่าวคือ ความเสี่ยงของการหย่าร้างลดลง เมื่อฝ่ายชายมีสุขภาพดีขึ้น และครอบครัวมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยลดการหย่าร้างลงได้ในทุก ๆ ช่วงของชีวิตแต่งงาน

อย่างไรก็ตาม ผู้ชายที่มีความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพ มักจะให้ความสำคัญกับการแต่งงานเร็วขึ้น เมื่อพวกเขายังไม่มีรายได้มากนัก และในช่วงชีวิตการแต่งงาน พวกเขาจะพยายามหารายได้เพื่อให้ร่ำรวยมากขึ้น แต่เมื่อรายได้มีมากขึ้น พวกเขาก็มักจะหาเรื่องเพื่อการหย่าร้างตามมา ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นช่วงวิกฤติของชีวิตแต่งงานก็ว่าได้

ที่มา UPI

: สังคม
: ข่าว
: มุมมองดี
อัมพวรรณ 29 ธ.ค. 2552 29 ธ.ค. 2552

Friday, January 8, 2010

หยุดทำงาน เพราะอาการปวดกล้ามเนื้อ

หยุดทำงาน เพราะอาการปวดกล้ามเนื้อ

งาน วิจัยจากประเทศอังกฤษแสดงให้เห็นว่าอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อทำให้ ประชากรวัยทำงานชาวยุโรปกว่าครึ่งหนึ่งต้องลางาน และจำนวน 2 ใน 3 ต้องหยุดทำงานถาวรเนื่องจากอาการเหล่านั้น

ปัจจุบันพบว่าชาว ยุโรปที่ประสบกับอาการปวดกล้ามเนื้อมีประมาณ 100 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในวัยทำงานมากกว่า 40 ล้านคน ซึ่งจำนวน 40% ของคนเหล่านั้นต้องหยุดการทำงานเพราะอาการปวดกล้ามเนื้อ และพบว่าจำนวนค่ารักษาอาการดังกล่าวของประเทศในยุโรปมีเพิ่มสูงขึ้นถึง 240 พันล้านยูโร

อาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อถือเป็นเรื่องสำคัญที่ ส่งผลกระทบระบบแรงงานในยุโรป ในขณะที่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ของโลก

นักวิจัยกล่าวว่าความสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้คือสิ่ง ที่สมาคมการค้าเคยเรียกร้องมาเป็นระยะเวลาหลายปี ถึงสิทธิ์ในการบำบัดรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดหลังของประชาชนวัยทำงาน

ใน ประเทศอังกฤษมีคนทำงานเพียง 2% ที่ได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างครอบคลุมจากผู้ว่าจ้างและประชาชนส่วนใหญ่จะ ต้องได้รับการรับรองจากแพทย์เกี่ยวกับอาการดังกล่าวก่อนจะหยุดงานเพื่อทำการ รักษา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน ทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อพัฒนาและรุนแรงขึ้น

ข่าวจาก MailOnline

: กาย
: ข่าว
: สุขภาพดี
พรรณภัทร 30 ก.ย. 2552 01 ต.ค. 2552

Thursday, January 7, 2010

ลดความดันโลหิต ด้วยกีฬากำหนดลมหายใจ

ลดความดันโลหิต ด้วยกีฬากำหนดลมหายใจ

คน เราหลีกเลี่ยงการมีอายุเพิ่มขึ้นไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่เพิ่มความเสี่ยงได้โดยการควบคุมโรคที่มีอยู่เดิมให้ดี ขึ้น การเกิดโรคเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราอายุสั้น และต้องจบชีวิตลงก่อนถึงเวลาอันควร การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและเอาใจใส่ การเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ เหมาะสมได้

กีฬาและการออกกำลังกายประเภทที่ต้องกำหนดลมหายใจไป ด้วย อย่างเช่น โยคะ ไทเก๊ก พีลาทีส ฯลฯ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากทำให้รูปร่างดีขึ้นแล้ว จิตใจยังสงบลงด้วย

ข้อดีของกีฬากำหนดลมหายใจ
ใน การเล่นกีฬาทั่วไป การหายใจจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ไม่รู้สึกตัวขณะที่กีฬาที่ต้องกำหนดลมหายใจ ผู้เล่นจะรับรู้การหายใจเข้า-ออกไปจนถึงการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออย่างจด จ่ออยู่ตลอดเวลา

หลักการสำคัญคือ หายใจเข้าขณะที่ร่างกายหรือกล้ามเนื้อยืดออก และหายใจออกขณะที่กล้ามเนื้อหดเข้า เทคนิคการหายใจแบบนี้สัมพันธ์กันระหว่างกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนเลือด นั่นคือ เมื่อหายใจเข้ารับออกซิเยนเข้าสู่ปอด และส่งต่อไปกับเส้นเลือก กล้ามเนื้อที่ยืดออกพอดีทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ส่งออกซิเจนให้เซลล์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนั้นก็รับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเซลล์เพื่อนำกลับมาขับออกจากร่าง กายผ่านทอกปอด จึงพอดีกับที่ขยับร่างกายในท่าหดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะบีบเส้นเลือดและไล่เลือดให้ไหลกลับมาสู่ปอดและหัวใจ พร้อมกับหายใจออกและนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากปอดไป นอกจากนี้การกำหนดลม
หายใจพร้อมกับเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมยังช่วยปรับความดันโลหิตได้ด้วย

ปัจจัยก่อความดันสูง
ความ ดันโลหิตคือความดันในหลอดเลือดแดง แรงดันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น แรงบีบของหัวใจ ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด แรงต้านหรือความดันย้อนกลับที่เกิดขึ้น (เช่น ร่างกายมีของเหลวมากหรือมีน้ำหนักตัวมาก) แรงบีบของกล้ามเนื้อที่บีบลงบนเส้นเลือดขนาดเล็ก ความข้นของเลือด ปริมาณของเลือดทั้งหมด รวมถึงสุขภาพโดยทั่วไปของแต่ละคน การทำงานของไตและตับ แรงบีบและประสิทธิภาพการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและระบบการหายใจของร่างกาย ด้วย

สาเหตุที่ทำให้ความดันสูงมาจาก 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยทางกาย และปัจจัยทางอารมณ์ ได้แก่ ความเครียด ความโกรธ ความเศร้า ส่วนปัจจัยทางร่างกาย ได้แก่ การออกกำลังกายไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล (เช่น อาหารที่ไม่ไขมันสูง แต่มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่ำ) การสูบบุหรี่ การนอนหลับพักผ่านน้อย แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเพียง 2 ปัจจัย นั้นคือ ปัจจัยทางอาการณ์
และการออกกำลังกายไม่เพียงพอ

ปัจจัย ทางอารมณ์ เมื่อเกิดความเครียด ความโกรธ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินออกมา ทำให้ผนังเส้นเลือดหดตัวเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนมากไปที่กล้ามเนื้อและ สมองอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าหากคุณเครียดหรือเกิดอารมณ์โกรธเคืองเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะความดันโลหิตสูงอย่างถาวรได้

ส่วนการไม่ ออกกำลังกาย นั้นเกี่ยวข้องกับความดันโลหิต คือระบบการไหลเวียนเลือดต้องอาศัยการบีบและคลายของกล้ามเนื้อทั้งตัวร่วมกับ การทำงานของหัวใจ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณทรวงอก ช่องท้องและกะบังลม

ใน สภาวะการหายใจแบบปกติ การสูดอากาศที่มีออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและส่งคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จะทำให้เกิดแรงดันในทรวงอกและช่องท้อง ซึ่งมีผลต่อการบีบ-คลายของหัวใจเพื่อส่งเลือดด้วย ดังนั้นหากเราหายและเคลื่อนไวกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอย่างถูกต้อง ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดจะทำงานได้ราบรื่นขึ้น แต่ผู้ที่ไม่ค่อยขยับเขยื้อนร่างกายหรือนั่งอยู่กับที่นาน ๆ ระบบการหายใจจะไม่ได้ทำงานเต็มที่เหมือนขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อทั่วร่างกายก็ไม่ค่อยได้ทำงานเต็มที่เหมือนขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อทั่วร่างกายก็ไม่ค่อยได้ทำงาน นานวันเข้าความดันโลหิตจึงสูงขึ้น

ปรับความดันด้วยกีฬาฝึกลมหายใจ
การ ออกกำลังกายช้า ๆ ที่ต้องร่วมกับการฝึกหายใจ อย่างเช่น โยคะ พีลาทีส ซี่กง ไทเก๊ก มวยจีน ฯลฯ จึงให้ประโยชน์ 2 ประการ คือ ช่วยการบีบตัวของกล้ามเนื้อและกะบังลม และเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้เลือด

ประการ หลังนี้สำคัญมาก เพราะเลือดมีบทบาทเป็นตัวนำออกซิเจน ซึ่งมีผลต่อความดันโลหิตมาก ถ้าเนื้อเยื่อในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นโดยการฉีดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตจึงต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยและหากเกิดในผู้ที่เส้นเลือดอุดตัน เป็นบางส่วนอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเป็นอันตรายเพราะอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาต หรือหัวใจล้มเหลว

การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการกำหนด ลมหายจึงช่วยปรับความดันโลหิต เพราะช่วยลดความเครียดและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และหลอดเลือดทั่วร่างกายจะสูบฉีดเลือดได้ราบรื่นขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยลดแรง ดันในทรวงอกและช่องท้อง ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักเกินควร เพราะไม่มีแรงดันต้านกลับจากภายใน

อย่างไรก็ตาม การควบคุมระดับความดันโลหิตก็ต้องทำร่วมกับการกินอาหารที่ดี การพักผ่อนเพียงพอ รวมถึงการผ่อนคลายความเครียด จึงจะส่งผลดีอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน

เรียบเรียงโดย พจณีย์ พูลเจริญ
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

: กาย
: บทความ
: สุขภาพดี
จริญญา 13 ต.ค. 2552 14 ต.ค. 2552
ความคิดเห็น (1)

ซี่กง น่าสนแฮะ ส่วนโยคะ ถ้าไปเล่นที่ฟิตเนสนั้นเราว่าแพงน่ะ แต่พอเล่นที่บ้านคนเดียวไม่มีคนสอนก็ไม่สนุกอีก เง้อ

แอม (117.47.183.45) 17 พฤศจิกายน 2552 - 00:28 (#509)

Wednesday, January 6, 2010

มะเร็งต่อมลูกหมาก ตรวจไว้ดีกว่าแก้

มะเร็งต่อมลูกหมาก ตรวจไว้ดีกว่าแก้

ผลงานวิจัยจากสรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่าผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้รับคำแนะนำถึงข้อดีของการเข้าตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

ขณะ ที่แพทย์หลายท่านต่างเห็นว่าความรู้ความเข้าใจถึงข้อดีจากการตรวจวินิจฉัย โรคมะเร็งและการรับรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่จำนวนผู้ชายที่ได้รับคำแนะนำหรือได้รับการปรึษาจากแพทย์เกี่ยวกับมะเร็ง ต่อมลูกหมากมีเพียง 69.9%

จากการสำรวจผู้ที่ได้รับคำแนะนำและ คำปรึกษาจากแพทย์พบว่า 71% ได้รับคำแนะถึงข้อดีของการตรวจโรคมะเร็งตั้งแน่เนิ่นๆ และจำนวน 32% ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเข้ารับการรักษาที่ช้าเกินไป

นัก วิจัยกล่าวว่าผู้ป่วยบางรายอาจสังเกตอาการได้ด้วยตนเอง แต่การเข้ารับการตรวจจะทำให้ทราบผลที่แม่นยำได้เร็วขึ้น แพทย์จึงควรให้คำแนะนำถึงข้อดีของการเข้ารับการตรวจโรคมะเร็งต่อมลูกหมากกับ ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะการเข้ารับการตรวจหามะเร็งและเข้ารับการรักษาย่อมดีกว่าไม่ได้ทำอะไร เลย

ปัจจุบันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคมะเร็งอันดับสองใน ผู้ชายรองจากโรคมะเร็งปอด ซึ่งโรคมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นคร่าชีวิตคนไปประมาณ 254,000 ต่อปี

สำนักข่าว REUTERS

: กาย
: ข่าว
: สุขภาพดี
พรรณภัทร 29 ก.ย. 2552 30 ก.ย. 2552

ข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า

ข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า

คนส่วนใหญ่มักคิดที่จะออกกำลังกายในช่วงเย็นหลังเลิกงาน แต่รู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายตอนเช้าอาจมีข้อดีกว่าเป็นไหน ๆ วันนี้ Health24 นำข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้ามารายงานให้ทราบ

  1. ช่วย ให้กระบวนการเผลาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นเป็นเวลาหลายชั่วโมงบางครั้ง อาจยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งนั่นหมายถึงการเผลาผลาญปริมาณแคลอรี่ที่มากขึ้นกว่าเดิมตลอดทั้งวัน
  2. คนส่วนใหญ่พบว่าการออกกำลังกายตอนเช้า จะทำให้เกิดการควบคุมการผลิตน้ำย่อยส่งผลให้สามารถควบคุมความหิวได้
  3. การออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้คุณรู้สึกมีพลังในการทำงานหรือสิ่งต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน
  4. 90% ของผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คือผู้ที่ออกกำลังกายตอนเช้าจนติดเป็นนิสัย
  5. การออกกำลังกายตอนเช้าทุกวัน จะทำให้คุณเป็นคนตื่นเช้าเป็นประจำ ส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  6. เมื่อ คุณตื่นแต่เช้าเป็นประจำ ร่างกายจะเกิดการปรับตัวให้คุณนั่นตื่นเช้าได้ง่ายขึ้นในทุกวัน แตกต่างจากการตื่นนอนแบบไม่เป็นเวลา นอกจากนี้ยังส่งผลให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นในช่วงเวลาของการนอนหลับ อีกด้วย
  7. แม้ในแต่ละวันคุณจะมีภารกิจที่ต้องทำมากมาย แต่สิ่งเหล่านั้นจะไม่กระทบการมีสุขภาพที่ดีของคุณ เพราะคุณได้ออกกำลังกายแล้วในตอนเช้า
  8. การ ออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้คุณมีเวลาอยู่กับตัวเอง และได้ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ ช่วงเวลานั้นคุณอาจะได้ได้คิดทบทวนเกี่ยวกับชีวิตคุณ และเป็นเวลาของการวางแผนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
  9. มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วงเวลา 4-10 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย จะทำให้สมองแล่น ทำงานได้ประสบความสำเร็จ
  10. ความเป็นไปได้ในการออกกำลังกายตอนเช้านั้นมีสูง ส่งผลให้ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีคุณภาพในการนอนหลับที่ดีขึ้น
: กาย
: ข่าว
: มุมมองดี
พรรณภัทร 31 ต.ค. 2552 01 พ.ย. 2552
ความคิดเห็น (1)

จะพยายามออกกำลังกายตอนเช้าครับ เพราะตอนเย็นผมคงไม่มีโอกาสแน่ๆ ครับ

ธวัชชัย 08 พฤศจิกายน 2552 - 21:11 (#458)

Thursday, December 31, 2009

เรียนสูงช่วยลดเสี่ยงโรคหัวใจ [EN]

นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
ราชการ(แพทย์)
โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปางครับ...
อ่าน: 15
ความเห็น: 0

เรียนสูงช่วยลดเสี่ยงโรคหัวใจ [EN]

การศึกษาใหม่พบ คนที่เรียนสูงกว่าเป็นโรคหัวใจน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือเป็นประเทศกำลังพัฒนา [ Reuters ]

...

การศึกษา (วิจัย) จำนวนมากในประเทศตะวันตก (ฝรั่ง) พบความสัมพันธ์ระหว่างฐานะทางสังคมสูง (socioeconomic status; socio- = สังคม; economic = เศรษฐกิจ ฐานะ; socioeconomic = เกี่ยวกับสังคม-เศรษฐกิจ-ฐานะ; ฐานะทางเศรษฐกิจ-สังคม) สูงกับความเสี่ยงโรคหัวใจที่ลดลง

กลไก ที่เป็นไปได้ คือ คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ-สังคมสูงกว่า เช่น รวยกว่า ตระกูลสูงกว่า ฯลฯ มีโอกาสทางการศึกษามากกว่า รายได้สูงกว่า (income = รายได้)

...

ทว่า... การศึกษาทำนองนี้ในประเทศกำลังพัฒนายังไม่มีมาก่อน, การศึกษาใหม่ ตีพิมพ์ในวารสารโรคหัวใจ (Heart) ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคนไข้โรคหัวใจ 12,000 คน เปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี 14,000 คนจาก 52 ประเ่ทศ

ผล การศึกษาพบตรงกัน คือ ปัจจัยสำคัญไม่ใช่รายได้ (income), วัตถุสิ่งของภายนอก เช่น ปัจจัยสี่ (อาหาร-ที่อยู่อาศัย-เครื่องนุ่งห่ม-ยารักษาโรค) ฯลฯ หรืออาีชีพที่ำทำให้ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง แต่เป็น "ระดับการศึกษา"

...

ผลกระทบนี้พบทั่วโลก ทว่า... พบในประเทศที่ร่ำรวยมากกว่าประเทศที่มีรายได้ปานกลาง หรือต่ำ

กลไก ที่เป็นไปได้ คือ การศึกษาในประเทศที่ร่ำรวยมี "คุณภาพ" สูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะทำให้เกิดการอ่านออกเขียนได้ (literacy) ทางด้านสุขภาพได้แก่

(1). know what causes heart disease = รู้ว่า โรคภัยไข้เจ็บ (โรคหัวใจ) คืออะไร อาการอย่างไร อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง (cause = สาเหตุ)

(2). know how to avoid causes = รู้ว่า จะหลีกเลี่ยงสาเหตุได้อย่างไร

...

อ.ดร.แอนนิกา โรเซนเกรน และคณะจากมหาวิทยาลัยซาฮ์ลเกรนสกา โกเตอบอร์ก สวีเดน ทีมงานที่ทำวิจัยเรื่องนี้พบว่า

ภาวะ อ้วนลงพุงมีความสัมพันธ์กับนิสัย หรือแบบแผนการใช้ชีวิต (lifestyle) ที่ไม่ดีอธิบายความสัมพันธ์นี้ได้ประมาณครึ่งหนึ่ง เช่น ออกกำลังกายน้อยกว่า, สูบบุหรี่มากกว่า, กินผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรองกากทิ้ง) และผักน้อยกว่า ฯลฯ

...

คนที่มีการ ศึกษาต่ำ ซึ่งนิยามโดยจำนวนปีที่เข้าโรงเรียน 8 ปีหรือต่ำกว่านั้น มีความเสี่ยงโรคหัวใจกำเริบ (heart attack) เพิ่ม 31% เมื่อเทียบกับคนที่เรียนสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย เช่น อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย ฯลฯ

ความ แตกต่างนี้ชัดเจนมากในประเทศที่ร่ำรวย คือ คนที่มีการศึกษาต่ำเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจกำเริบ 61% ขณะที่ประเทศฐานะปานกลางจนถึงยากจนพบว่า คนที่มีการศึกษาต่ำเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจกำเริบ 25%

...

การศึกษา ก่อนหน้านี้พบว่า คนที่ "จน" มากที่สุดในโลกสมัยใหม่ คือ คนจนในเมืองใหญ่ของประเทศที่ร่ำรวย ซึ่งไม่มีเงินพอที่จะซื้อหาอาหารสุขภาพ โดยเฉพาะผักผลไม้ทั้งผลมากินได้ เช่น สหรัฐฯ, ยุโรปเหนือ-กลาง ฯลฯ

ตรง กันข้าม, คนจนในยุโรปใต้ เช่น สเปน ฯลฯ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่นอกเมืองมากกว่า เช่น อยู่ตามบ้านนอก ฯลฯ มีโอกาสปลูกพืชสวนครัว และซื้อหาผักผลไม้ราคาไม่แพงนักภายในหมู่บ้านมากินได้

...

แนวทางป้องกันโรคหัวใจที่เป็นไปได้จากการศึกษาเหล่านี้ได้แก่

(1). ควรบังคับ และสนับสนุนให้คนในประเทศมีระดับการศึกษาสูงขึ้น

(2). ส่ง เสริมการศึกษาผ่านสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อสารคดีดีๆ ถ่ายทอดฟรีทาง TV, อินเตอร์เน็ต เช่น บล็อก, จัดทำช่อง TV สารคดีัผ่านอินเตอร์เน็ต, ทำอินเตอร์เน็ตให้เร็วพอทั้งประเทศ ฯลฯ

(3). ส่ง เสริมการผลิตบุคลากรสุขภาพให้มากพอ โดยเฉพาะหมอฟัน (โรคเหงือกอักเสบ-ปริทนต์หรือเนื้อเยื่อรอบโคนฟันอักเสบเรื้อรัง เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน และโรคหัวใจ) พยาบาล ฯลฯ

(4). ส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบ "เรียบ-ง่าย-ประหยัด" และการปลูกพืชผักสวนครัว

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา

ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'Greater education may mean lower heart attack risk' = "การศึกษาที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงความเสี่ยงโรคหัวใจ (กำเริบ) ลดลง"

@ education (n.) = การศึกษา; mean (v.) = หมายความว่า; lower (v.) = ทำให้น้อยลง; heart (n.) = หัวใจ; attack (n., v.) = โจมตี จู่โจม กำเริบ; risk (n.) = ความเสี่ยง

...

คลิกลิ้งค์ > คลิกลำโพง-ธงชาติ > ฟัง-ออกเสียงตามเจ้าของภาษา 3 รอบ เพื่อให้จำศัพท์ได้ถูกต้องและเร็ว

ย้ำเสียงหนัก (accent) ที่พยางค์แต้มสี กรณีมีตำแหน่งย้ำเสียง 2 ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ย้ำเสียงหนักกว่า คือ พยางค์ที่ใช้ตัวอักษรตัวหนา

...

@ [ educate ] > [ เอ๊ด - ยู - เขท - t ] > Greater education may mean lower heart attack risk > verb = เรียน สอน

@ [ education ] > [ เอ็ด - ยู - เค้ - เฉิ่น (sh); 'sh' ออกเสียงลมรั่ว หรือพ่นลม ยาวกว่า 'ch' ] > http://www.thefreedictionary.com/education > noun = การศึกษา

...

# To educate is to learn or to teach. = การให้การศึกษา คือ การเรียน หรือการสอน.

# We are educated at that school. = เราเรียน (ได้รับการศึกษา) ที่โรงเรียนแห่งนั้น.

# They are educationists. = พวกเขา (พวกเธอ) เป็นนักการศึกษา (คำลงท้ายด้วย '-ist' = ผู้เชี่ยวชาญ เช่น psychologist = จิตแพทย์ ฯลฯ).

...

# High education may prevent heart disease. = การศึกษาสูงอาจช่วยป้องกัน (prevent = ป้องกัน)โรคหัีวใจ.

# That blog is educational & enjoyable. = บล็อกนั้นให้การศึกษา และสนุกด้วย (enjoy = ทำให้สนุก; enjoyable = น่าสนุก ไม่น่าเบื่้อ; คำลงท้ายด้วย '-able' = ทำได้ เป็นไปได้, มักใช้ในความหมายด้านดี)

...

ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา

  • Thank Reuters > Greater education may mean lower heart attack risk. December 24, 2009. / Source > Heart, December 15, 2009.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 25 ธันวาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ศ. 25 ธ.ค. 2552 @ 22:23 แก้ไข: ศ. 25 ธ.ค. 2552 @ 22:23

Wednesday, December 30, 2009

บุหรี่เพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบ [EN]

บุหรี่เพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบ [EN]

การทบทวนผลงานวิจัย 16 รายงานพบ บุหรี่เพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis / RA) [ Reuters ]

...

[ NIH ]

ภาพที่ 1: ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis / RA) ระยะสุดท้าย ทำให้เกิดความพิการ โดยจะพบนิ้วบิดงอ แข็งได้บ่อย > [ NIH ]

...

[ arc.org.uk ]

ภาพที่ 2: ตำแหน่งที่พบข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้บ่อย ข้อที่พบได้บ่อยมาก คือ ข้อนิ้วมือ-ข้อมือ โดยเฉพาะข้อนิ้วชี้-นาง-กลาง-ก้อยข้อที่อยู่ใกล้มาทางข้อมือ > [ arc.org.uk ]

...

บุหรี่เพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA) โดยความเสี่ยงนี้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และคนที่สูบหนักมากกว่าคนที่สูบน้อย

คนไข้โรคนี้ตรวจเลือดพบค่ารูมาตอยด์ แฟคเตอร์ (rheumatoid factor / RF) พบเป็นบวก 80% (ไม่มีการตรวจใดให้ผลบวก = 100% ในชีวิตจริง), ค่านี้บ่งชี้ว่า อาจมีภูมิต้านทานกลุ่มทำลายตัวเอง

...

ผู้ชายที่มีค่า RF บวกมาก่อน และสูบบุหรี่หนัก มีความเสี่ยงต่อโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มากเป็นพิเศษ

อ.ดร. เอส. กูมาไซ จากมหาวิทยาลัยโกเบ ญี่ปุ่นกล่าวว่า บุหรี่เพิ่มเสี่ยง RA ในผู้ชายเกือบ 2 เท่า แถมยังเพิ่มทั้งในคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ (ever smokers) และคนที่เลิกสูบบุหรี่แล้ว (past smokers)

...

ถ้าตรวจเลือด พบ RF เป็นบวกเพิ่มเสี่ยงเกือบ 4 เท่า, ส่วนผู้หญิงเพิ่มเสี่ยงเป็น 1.2-1.3 เท่าไม่ว่าจะเป็นคนที่สูบบุหรี่ทั่วๆ ไป (current smokers), คนที่สูบมาก หรือสูบเป็นประจำ (ever smokers), หรือคนที่เลิกสูบแล้ว (ex-smokers)

คน ที่มีชั่วโมงบินบุหรี่สูง คือ อย่างต่ำ '20 pack years' = "20 ซองปี = สูบวันละซอง (1 ซอง = 20 มวน) 20 ปี เสี่ยงเพิ่มเป็น 2.3 เท่าในผู้ชาย และ 1.75 เท่าในผู้หญิง

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา

ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'Smoking ups men's rheumatoid arthritis risk most' = "การสูบบุหรี่เพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบรูมาตอยด์ในผู้ชายมากที่สุด"

เรื่องนี้มีคำกำกับชนิดของนักสูบ (smokers) หลายคำได้แก่

@ current = present (adj.) = ปัจจุบัน [ thefreedictionary ]

@ ever = at all times, always (adj.) = เป็นประจำ ตลอดเวลา สม่ำเสมอ [ thefreedictionary ]

@ ex- = former, outside (adj.) = เมื่อก่อน อดีต [ thefreedictionary ]

...

สรุป คือ current smokers = คนที่สูบบุหรี่ ไม่ได้บอกว่า สูบมากหรือน้อย; ever = คนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ (สูบมาก); ex-smokers = คนที่เคยสูบบุหรี่

...

ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา

  • Thank Reuters > Smoking ups men's rheumatoid arthritis risk most. December 24, 2009. / Source > Annals of the Rheumatic Diseases, January 2010.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 25 ธันวาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ศ. 25 ธ.ค. 2552 @ 22:31 แก้ไข: ศ. 25 ธ.ค. 2552 @ 22:31

ความเห็น

ไม่มีความเห็น
ชื่อ: นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
อีเมล: frxbaby@yahoo.com
IP แอดเดรส: 119.31.14.215
ข้อความ:
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ

Tuesday, December 29, 2009

DM Nursing Round พัฒนาคุณภาพการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาล

DM Nursing Round พัฒนาคุณภาพการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาล

การเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล (Nursing Round) เป็นการเชื่อมโยงข้อความรู้ทางทฤษฎีสู่การปฏิบัติทางคลินิก

การเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล หรือเรียกสั้นๆว่า Nursing Round เป็นกิจกรรมหนึ่งของทีมพยาบาล ที่ทำขึ้นเพื่อให้พยาบาลได้ร่วมกันประเมิน (ค้นหา)ปัญหาความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว ตลอดจนร่วมกันวางแผนและให้การพยาบาล ตั้งแต่รับผู้ป่วยเข้านอนรักษาในโรงพยาบาลกระทั่งจำหน่ายกลับบ้าน ทั้งนี้เพื่อให้การพยาบาลตอบสนองตรงความต้องการของผู้ป่วย ถูกต้อง ต่อเนื่องและครอบคลุม

Nursing Round มีหลายรูปแบบ อาจทำในผู้ป่วยเฉพาะรายที่มีปัญหาซับซ้อนหรือหลายๆรายพร้อมกัน ส่วนใหญ่นิยมทำที่ข้างเตียงผู้ป่วยทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้มี ส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ที่สำคัญคือ เป็นการเชื่อมโยงข้อความรู้ทางทฤษฎีสู่การปฏิบัติทางคลินิก ดังนั้นจะเกิดประโยชน์มากๆเมื่อมีพยาบาลที่มีทักษะประสบการณ์สูง (senior staff nurse) ร่วมสะท้อนความคิดเห็นและข้อชี้แนะในกิจกรรมดังกล่าว เช่น สำหรับผู้ป่วยรายนี้ มีปัญหาอย่างนี้ ควรดูแลอย่างไร และติดตามประเมินผลอย่างไร ซึ่งเป็นการเพิ่มคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาล(improve nursing practice)ในที่สุด

ผู้เขียนเห็นว่า การเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล (Nursing Round) มีประโยชน์มากสำหรับการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลโดยเฉพาะสำหรับการดูแลผู้ป่วย เบาหวาน(Diabetes Millitus:DM)ทั้งนี้เนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่าผู้ป่วยเบาหวานนั้นมักมี ปัญหาสุขภาพหลายๆเรื่องพร้อมกัน เช่น ตาพิการ ไตพิการ ความดันโลหิตสูง มีแผลง่ายและเรื้อรังฯ ซึ่งหลายท่านอาจเคยได้ยินฉายาของโรคเบาหวานว่า “เบาหวานและคณะฯ”ซึ่ง เป็นความยุ่งยากที่พยาบาลจะสามารถประเมินปัญหาและให้การพยาบาลได้ครอบคลุม ดังนั้นผู้เขียนจึงริเริ่มผลักดันให้เกิดโครงการ DM Nursing Round ขึ้นตามหอผู้ป่วยต่างๆ เช่น กรณีสงฆ์อาพาธ เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากพระสงฆ์นั้นไม่สามารถฉันอาหารได้ตามเวลา จึงมีข้อจำกัดในการดูแลที่แตกต่างจากผู้ป่วยทั่วไปค่ะ

DM Nursing Roundที่หอสงฆ์อาพาธ

DM Nursing Round ที่หอผู้ป่วย 9B

หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ส. 26 ธ.ค. 2552 @ 07:36 แก้ไข: ส. 26 ธ.ค. 2552 @ 08:00

ความเห็น

1.

พี่ลดา..

มีความสุขมากๆในปีใหม่ที่จะถึงนี้ครับผม

Hny1new

2.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 26 ธ.ค. 2552 @ 07:54
#1759604 [ ลบ ]

เป็นกำลังใจให้คนทำงานครับ

3.
P
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ ส. 26 ธ.ค. 2552 @ 07:58
#1759610 [ ลบ ]

4.
P
หนานเกียรติ
เมื่อ ส. 26 ธ.ค. 2552 @ 11:59
#1759941 [ ลบ ]

แวะมาสวัสดีปีใหม่ครับ...

5.
P
นายประจักษ์ ปานอินทร์
เมื่อ ส. 26 ธ.ค. 2552 @ 13:57
#1760252 [ ลบ ]

ด้วยความระลึกถึงครับ

ชื่อ: นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม

โิอเมกา-3 ช่วยสายตาดีไปนาน

อ่าน: 15
ความเห็น: 0

โิอเมกา-3 ช่วยสายตาดีไปนาน [EN]

การศึกษา ใหม่พบ โอเมกา-3 หรือไขมันชนิดดีพิเศษ ซึ่งพบมากในปลาทะเล ช่วยให้สายตา (sharp eyesight; sharp = แหลมคม ฉลาด ชัดเจน; eyesight = สายตา) ดีไปนาน และช่วยต้านโรคจอรับภาพส่วนกลางเสื่อมสภาพที่พบบ่อยในคนสูงอายุ [ Reuters ]

...

อ.ดร.จอห์น พอล ซานจิโอวานนี และคณะจากสถาบันโรคตาแห่งชาติ US ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคนไข้โรคจอรับภาพส่วนกลางเสื่อมสภาพ (age-related macular degeneration / AMD) ระยะเริ่มแรก 1,837 คน ติดตามไป 12 ปี

ผล การศึกษาพบว่า คนที่กินอาหารที่มีโอเมกา-3 มากที่สุด มีตาเสื่อมเพิ่มขึ้นไปสู่ระยะที่ตาเสื่อม-ตาบอดชัดเจน (โรคแย่ลง) น้อยกว่าคนที่กินน้อย 30%

...

AMD เป็น โรคที่จอรับภาพหรือเรตินา (retina) ส่วนกลาง (เรียกว่า 'macular') เสื่อมสภาพ ทำให้การมองเห็นภาพส่วนกลางเสื่อมสภาพ ที่พบบ่อยได้แก่ ภาพส่วนกลางบางส่วนเบลอ ฝ่าฟาง มืดไป หรือทำให้การมองเห็นเส้นตรงบิดเบี้ยว ผิดรูป

โรคนี้เป็น 1 ในสาเหตุำสำคัญที่ทำให้คนสูงอายุในประเทศตะวันตก (ฝรั่ง) ตาเสื่อมสภาพจนถึงตาบอดได้

...

คนอเมริ กัน 308.23 ล้านคนเป็นโรค AMD 1.75 ล้านคน = 0.57% หรือประมาณ 6 ในพัน, คนยุโรป 803.85 ล้านคนเป็นโรคนี้ 3.35 ล้านคน = 0.42% หรือประมาณ 4 ในพัน

กลไกที่ทำให้เป็นโรคนี้มีหลายอย่าง ที่สำคัญได้แก่การอักเสบหรือธาตุไฟกำเริบ ไขมันชนิดดีพิเศษหรือโอเมกา-3 มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ [ internetworldstats ]; [ Census ]

...

โอเมกา-3s (โปรดสังเกตว่า เติม 's' บอกว่า มีหลายชนิด) ชนิดหลักที่สำคัญมี 2 ชนิดได้แก่ DHA (docosahexanoic acid) & EPA (eicosapentaenoic acid)

คนที่กินโอเมกา-3s เช่น ปลาทะเลที่ไม่ผ่านการทอด ฯลฯ มากพอเป็นประจำ ลดเสี่ยงโรค AMD ได้ 30%

...

ปลาทะเล ที่ผ่านการทอดจะมีการ "ซึมเข้า-ซึมออก" ของโอเมกา-3s คือ น้ำมันปลาจะซึมออกไปในกระทะ และน้ำมันในกระทะจะซึมเข้าเนื้อปลา ทำให้ได้รับคุณค่าจากโอเมกา-3s น้อยลง

โอ เมกา-3s ทนความร้อนสูงได้ไม่ดีเท่าน้ำมันชนิดอื่นๆ... การทอด-ปิ้ง-ย่างทำให้เกิดความร้อนสูงกว่าการต้ม-นึ่ง อาจทำให้โอเมกา-3s บางส่วนเสื่อมสภาพจากความร้อน (เกิดเป็นไขมันทรานส์) ได้ (เหตุผลข้อนี้ไม่แรงเท่ากับการซึมเข้า-ซึมออกของการทอด)

...

ตรงกันข้าม... การกินโอเมกา-3s พร้อมพืชผัก หรือน้ำมันพืชชั้นดีมาก เช่น น้ำมันมะกอก คาโนลา เมล็ดชา รำข้าว ถั่วลิสง ฯลฯ ช่วยให้โอเมกา-3s ถูกทำลายจากออกซิเจนน้อยลง

ภายในร่างกายคนเราก็มีออกซิเจนที่ทำลาย โอเม กา-3s ภายในร่างกายได้เช่นกัน จึงควรกินผัก ผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรองกากทิ้ง), และน้ำมันชนิดดีมากเป็นประจำ

...

ผัก ผลไม้ทั้งผล และน้ำมันชนิดดีมากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องโอเมกา-3s จากการถูกออกซิเจนทำลายได้

การ ศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การกินโอเมกา-3s จะได้ผลดีมากขึ้นถ้ากินให้ "บ่อย" มากกว่ากินให้ "มาก", นั่นคือ ถ้าต้องการผลดีที่สุด... ควรกินอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์

...

กลไกที่เป็น ไปได้ คือ โอเมกา-3s ถูกทำลายได้ง่ายด้วยออกซิเจน ทำให้เกิดการหืน ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นคาวปลา และออกฤทธิ์ได้ดีในช่วงไม่กี่วันแรกหลังกินเข้าไป

การกินให้บ่อยทำให้โอเมกา-3s รุ่นใหม่ หรือทหารผลัดใหม่ เข้าไปทำงานสานต่อโอเมกา-3s รุ่นเก่าได้ต่อเนื่อง

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา

ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'Omega-3s help stave off age-related vision loss' = "โอเมกา-3s ช่วยต้านทานตาเสื่อม-ตาบอดในคนสูงอายุ"

คลิกลิ้งค์ > คลิกลำโพง-ธงชาติ > ฟัง-ออกเสียงตามเจ้าของภาษา 3 รอบ เพื่อให้จำศัพท์ได้ถูกต้องและเร็ว

...

ย้ำเสียงหนัก (accent) ที่พยางค์แต้มสี กรณีมีตำแหน่งย้ำเสียง 2 ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ย้ำเสียงหนักกว่า คือ พยางค์ที่ใช้ตัวอักษรตัวหนา

@ [ stave off ] > [ s - เต้ฟ - v - ออฟ; เสียง 'v' พ่นลมเสียงต่ำกว่า 'f' ] > http://www.thefreedictionary.com/stave > verb = ขจัด กำจัด

...

@ [ vision ] > [ วี้ - เฉิ่น (sh); เสียง 'sh' พ่นลม ทำให้เกิดลมรั่วยาวกว่า 'ch' ] > http://www.thefreedictionary.com/vision > noun = สายตา การมองเห็น;

คำ 'vision' = วิสัยทัศน์ การคาดการณ์อนาคต การมองไปข้างหน้าได้ด้วย

...

@ [ eyesight ] > [ อ๊าย - ไส่ - t ] > http://www.thefreedictionary.com/eyesight > noun = สายตา การมองเห็น

...

ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา

  • Thank Reuters > Omega-3s help stave off age-related vision loss. December 24, 2009. / Source > Am J Clinical Nutrition, December 2009.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 26 ธันวาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อา. 27 ธ.ค. 2552 @ 21:27 แก้ไข: อา. 27 ธ.ค. 2552 @ 21:27

Monday, December 21, 2009

เมื่อเภสัชกร ...ต้องเจอคนไข้โคม่า

เมื่อเภสัชกร ...ต้องเจอคนไข้โคม่า

ชีวิต.. นั้นมีบทเรียนสอนเราเสมอ

เมื่อเภสัชกร ...ต้องเจอคนไข้โคม่า

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

Hypoglycemia = ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำผิดปกติ

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2552 ขณะที่ผมกำลังเยี่ยมคนไข้เบาหวานรายหนึ่ง ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 339 มก./ดล. โทรศัพท์ก็ดังขึ้น มาพอผมรับ หมอเอกๆ ตาสดเป็นอะไรก็ไม่รู้เบื่ออาหาร ไม่ยอมกินข้าว นอนซึมตลอดวันเลย ผมคิดทันที hypoglycemia shock เอาน้ำหวานค่อยๆ หยอดปากตาสดน่ะ มีเครื่องวัดความดันโลหิตไหม เอาวัดตาน่ะ เดี๋ยวหมอจะโทรเรียกรถโรงพยาบาลมารับ โทรไปรอบแรก สายไม่ว่างครับ ผมก็ได้ขับรถต่อไปจากบ้านทานตะวัน ไปบ้านโนนอินแปลงไกลอยู่ไม่น้อยทีเดียว อากาศตอนกลางคืนหนาวเหน็บ แต่หัวใจผมมันร้อนรุ่มเพราะผมเป็นห่วงตาสดมากกลัวแกจะเป็นอันตราย ผมลองโทรไปโรงพยาบาลอีกหลายรอบแต่ก็โทรไม่ติด

เมื่อไปถึงบ้านตาสดที่โนนอินแปลงเวลาก็เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ผมเห็นรถจอดเต็มบ้านแก ผมพร้อมกับมอเตอร์ไซด์โทรมๆคู่กาย ก็ได้มาถึงบ้านตาสดจนได้ เข้าบ้านเห็นคนมากมายเต็มบ้านไม่ต่ำกว่า 30 คน ทั้งที่ปกติแล้ว บ้านนี้ จะมีคนแค่ 4 คน คือตาสดกับภรรยาและหลานอีกสองคนเท่านั้น แต่มาคราวนี้มีคนเต็มบ้าน ผมรีบไปจับชีพจรแกที่คอ พบว่ายังเต้นแรงดี และวัดความดันโลหิตที่แขนก็ปกติ BP= 122/84 PR= 84 bpm แต่พอเจาะเลือดพบว่า DTX=17 mg/dL ตาสดแกนอนซึมมือสั่นแต่ไม่รู้สึกตัวแล้ว ไม่รู้ว่าอาการ hypoglycemia นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เพราะตาสดแกอยู่กับหลานสองคน เมียออกไปรับจ้างเกี่ยวข้าวเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว

พ่อตาสดถามว่าลูกแกเป็นอะไร ผมบอกน้ำตาลต่ำมากเลย ช็อค ได้น้ำตาลสักหน่อยโดยมากก็ดีขึ้น พ่อตาสดแกบอกไม่อยากให้ลูกชายไปโรงพยาบาล เพราะไม่อยากเอาไปส่งขอนแก่น ให้รักษาตาสดอยู่ที่บ้านนี่แหละไม่ต้องเอาไปไหน ผม ดูคนไข้หมดสติไปแล้ว อยู่บ้านคงตายแน่นอน ผมจึงต้องบอกแกไปว่า ตาสดแกไม่เป็นไรหรอก แค่น้ำตาลต่ำเดี๋ยวก็หาย ผมเลยโทรไปโรงพยาบาลอีกรอบคราวนี้โทรติดห้องฉุกเฉิน แต่พยาบาลบอกว่ายุ่งมากกำลังช่วยคนไข้ Arrest อยู่ไม่ว่าง คุยด้วยผมเลยรีบวางโทรศัพท์ บอกลูกตาสดให้เอาตาสดขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจว่าเอาไปโรงพยาบาลแล้วตาสดรอดแน่ เพราะพวกเบาหวานต่ำส่วนมากไม่มีใครตาย และอีกอย่างความดันโลหิต ชีพจรแกก็ดูดีมาก แต่ไม่รู้สึกตัวเนื่องจากสมองขาดกลูโคสไปไม่น้อย และนานแค่ไหนก็ไม่รู้ที่แกเกิดภาวะ hypoglycemia นานพอจะทำให้แกนอนไม่รู้สึกตัวก็แล้วกัน

พอเอาตาสดไปโรงพยาบาล คนในโรงพยาบาลก็ได้แห่เข้าไปช่วยคนไข้อุบัติเหตุทางจราจรอยู่ กำลังทำ CPR อยู่อย่างวุ่นวาย ตามใครต่อใครมาช่วยทำ CPR มากมายไปหมด ผมเดินออกไปถาม EMS จากโคกสูง เขาบอกผมว่าไม่รอดหรอดเพราะตอนเอามาก็คอหักแล้ว รถเก๋งหลบมอไซด์ไปชนต้นไม้ ไม่รอดแน่ คอหักหมุนรอบเลย อ้อที่พยาบาลฉุกเฉินไม่ว่างเพราะกำลัง กู้ชีพคนตายอยู่นั่นเอง คนในเมืองมาตีกอล์ฟแล้วเกิดอุบัติเหตุนี่เอง ส่วนตาสดเองก็ได้น้ำเหลือ D10 N/2 1000 ml และแพทย์กับพยาบาลกำลังใส่ท่อช่วยหายใจอยู่เห็น คุณหมอเก่ง(คุณ หมอที่สุภาพที่สุดในโลกคนหนึ่ง) พยายามใส่อยู่นานมากกว่าจะใส่ท่อได้ ผมเองก็อึ้งครับไม่คิดว่า ถึงขนาดจะใส่ท่อช่วยหายใจ ถ้าใส่ท่อแบบนี้ refer รพศ.ขอนแก่นแน่นอนครับพี่น้อง ไม่นานประมาณ 20.15 น. ตาสดก็ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่นครับ

ผมมาลองคิดดูว่า หากโรงพยาบาลมัววุ่นวายกับการช่วยคนที่ตายแล้ว จนไม่มีเวลามาดูแลคนไข้ฉุกเฉินรายอื่น อย่างนี้มันใช้ได้เหรอ ต่อมาไม่นานผมเห็นภรรยาผู้เกิดอุบัติเหตุจราจร พร้อมลูกชายคนเล็กเข้าไปดูสามี ที่หมอและพยาบาลกำลังทำ CPR อยู่ ภรรยาได้ร้องไห้โฮพร้อมกระโดดขึ้นลง ในห้องฉุกเฉินคงทำใจไม่ได้ที่ พบเจอกับสามีในสภาพนั้นไม่นาน แกก็ออกมาร้องไห้หน้าห้องบัตรพร้อมกอดลูกชายตัวน้อยไว้แน่น ผมพึ่งสังเกตเห็นว่า แกตั้งท้องอยู่ด้วย น่าสงสารจังสามีต้องมาตายเสียแล้ว ผมก็กลับไปนั่งคิดว่าตัวผมเองออกหมู่บ้าน เกือบทุกวัน ไปเยี่ยมคนป่วยหนักทั่วอำเภอ หากผมตายลูกเมียผมจะทำเช่นไร คิดแล้วผมก็เสียวแปลบในใจเช่นกันครับ

ผมกลับบ้านไปด้วยความเหนื่อยล้า พบเจอภรรยานั่งดูทีวีอยู่ผมบอกขอข้าวไข่ดาวกินหน่อย ตอนเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลย พอดีเจอคนไข้หนักเบาหวานต่ำ เหนื่อยมากครับวันนี้ กังวลมากกลัวนายสดไม่รอด ตามปกติแล้ว เภสัชกรอย่างผมมักจะศึกษาการบริบาลผู้ป่วยเรื้อรัง ไม่ค่อยสนการจัดการในภาวะฉุกเฉินสักเท่าใดครับเรื่องนายสดนี้ทำให้ผมได้คิด อะไรเยอะครับหากจะดูคนไข้จริงๆ ลืมเรื่องการจัดการภาวะฉุกเฉินไม่ได้ครับผม

ตื่นเช้ามาผมรีบโทรหาลูกสาวนายสดพบว่า นายสดอาการเริ่มดีขึ้น ถอดท่อช่วยหายใจออกแล้ว แขนขาขยับได้ แต่ยังพูดไม่ได้ ยังไม่ตื่น ตอนเช้าไปเยี่ยมยายทอง นิ้วขาดคนละยายทองที่เป็นอัมพาตครับ แกเล่าให้ผมฟังว่า แกก็เป็นเบาหวานต่ำเกือบตายมา 4 ครั้ง ตอนเป็นหนักๆ มันไม่รู้ตัว ไม่งั้นก็ดื่มน้ำหวานไปแล้ว แต่ตอนน้ำตาลต่ำ ผมซึม มันหลับไม่รู้ตัวเลย ยายทองด้วนแก บอกว่าอยู่บ้านคนเดียวกว่าลูกจะกลับมาก็ค่ำแล้ว มาเจอแกนอนสลบอยู่ เอาไปส่งโรงพยาบาลสลบอยู่ 3 วัน 3 คืนกว่าจะฟื้นรู้สึกตัว อืมผมได้คิดเวลาเบาหวานต่ำๆ คนไข้หลายคนไม่รู้ตัว หาน้ำหวานกินไม่ทัน ทำให้เกิด hypoglycemia shock ได้อืม ผมจึงได้คิดอะไรๆ ได้บางอย่างครับ

ตอนเย็นผมไปคุยกับตาช้างบ้านหนองไหลเรื่องงาน เรื่องคนไข้ เรื่องมะนาวและกินข้าวกัน กินลาบวัวครับผม ถูกปากถูกใจคนอีสานอย่างผมมากครับ พอมีเวลาว่างโทรไปตามเรื่องนายสดอีกรอบ ลูกสาวบอกตาสดดีขึ้น พูดคุยได้ แต่ยังมีเพ้ออยู่บ้าง หมอใหญ่บอกมีไข้จะเจอะเอาน้ำไขสันหลังไปตรวจดูว่าติดเชื้อไหม ผมจึงได้เริ่มโล่งใจนิดๆ ว่าตาสดถ้าจะรอดแน่ พอรู้ดังนั้นค่อยมีแรงทำงานไปเยี่ยมคนไข้บ้านหนองขามต่อครับผม จากที่อืดๆ วินๆ เซ็งๆ ทั้งวัน กำลังใจมาผมก็เลยมีกำลังใจ ไปดูแลคนไข้หนัก บ้านหนองขามกว่า 10 คน ในเวลาเหลือแค่ 2 ชั่วโมงครึ่ง

www.drugabusex.com test link 001

เรื่องนายสดโคม่านี้ ทำให้ผมเรียนรู้หลายอย่างได้แก่

  1. ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตวายมีโอกาสเกิด hypoglycemia

  2. ผู้ป่วยเบาหวาน ที่อยู่ลำพังเพียง คนเดียวมีความเสี่ยงสูงจะเกิด hyperglycemia coma

  3. การสอนการปฐมพยาบาลภาวะ hypoglycemia เป็นสิ่งจำเป็น

  4. ทักษะการพูดกล่อมให้ญาติผู้ป่วยยอมเอาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลนั้นเป็นสิ่งจำเป็น

  5. อาจารย์กรองจิตร วาทีสาธกกิจ (อาจารย์พยาบาล)เคยประเมินบุคลิกภาพผมว่า เป็น the protector ดูท่าจะจริงครับ

หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: จ. 30 พ.ย. 2552 @ 00:24 แก้ไข: อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 19:45

ความเห็น

1.
P
ครูอรวรรณ
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 00:45
#1705285 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะน้องชาย

  • ขยันและเอาใจใส่งาน และคนไข้ ดีอย่างนี้
  • ต้องดูแลตัวเอง คนใกล้ชิด และสุขภาพด้วยนะคะ
  • พี่เป็นกำลังใจให้คนเก่งค่ะ สู้ๆๆ
  • อ้อ...คุณพ่อพี่ก็เป็นเบาหวานค่ะ เกิดอาการอย่างนี้บ่อยๆ แต่ท่านเก่งมากค่ะ พอรู้ตัวก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
  • สุดท้ายก็ไตวาย และจากไปแล้วค่ะ
  • พี่เองก็เสี่ยงเบาหวานด้วย ใช่ไหมคะ
2.
P
โรจน์
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 07:36
#1705399 [ ลบ ]

แวะมาอ่านอย่างสม่ำเสมอครับ

ตัดสินยากเหมือนกันว่า คนไหมสำคัญกว่า...ถ้าเป็นญาติเราทั้ง 2 คน

แต่ดีใจที่เห็นว่า ยังมีคนที่ห่วงใยช่วยเติมเต็มระบบที่ยังขาดแคลน

3.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 11:50
#1705735 [ ลบ ]

ขอบคุณ

P

ครูอรวรรณ

ที่เป็นห่วงและให้กำลังใจเสมอมาครับผม

4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 11:52
#1705740 [ ลบ ]

ขอบคุณ

P

โรจน์

คุณหมอโรจน์มากครับ

แต่้เมื่อคนไข้กลับมาบ้านแล้ว

อะไรคือสิ่งที่ต้องทำต่อไป What is next ?

คำถามนี้ สำคัญครับ

5.

เรื่องราวชีวิตที่เภสัชเอก เขียนมาในบันทึกนี้ เห็นภาพตัวละครอยู่หลายตัวละครเลยครับ ทำให้ผมเข้าใจอย่างหนึ่้งว่า ชีวิตของคนในวงการสุขภาพ มีเรื่องราวเเบบนี้ที่ทำให้ใคร่ครวญกับตัวเองสม่ำเสมอและตลอดเวลา "ชีวิต สอน ชีวิต"

ให้กำลังใจเภสัชเอกครับ สักวันมีโอกาส คงได้นั่งสนทนาแบบตัวต่อตัวครับ

6.
P
หนานเกียรติ
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 12:00
#1705765 [ ลบ ]

ขอตามคุณเอกไปเรียนรู้ด้วยคนนะครับ...

7.
P
ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 12:45
#1705847 [ ลบ ]
  • ทำไมเมล์คุณศุภรักษ์ตีกลับครับ
  • 555frxbaby@yahoo.com
  • งง งง เมล์ผมคือ khajitfoythong347at gmail.com
  • เปลี่ยน at ให้เป็น @ ก่อนนะครับ
  • ไม่อย่างนั้นเจอ Lobot
8.
P
ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 13:15
#1705914 [ ลบ ]
  • สงสัยว่าจะจริง
  • the protector
  • ต้องใช่แน่ๆๆเลย
  • แต่เริ่มสงสารมอเตอร์ไซด์คุณศุภรักษ์แล้วครับ
9.

รูป เภสัชเอก ดูทะมัดทะเเมงดีจังนะครับ ปรับปรุงเรื่อง "พุง" นิดหน่อยนะครับ :)

10.

เพิ่งได้เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรกค่ะ รู้สึกประทับใจมากค่ะที่คุณเภสัชเอกเอาใจใส่คนไข้

เป็นห่วงเป็นใย อยากให้บุคลากรทางสาธารณสุข มีความเป็น protector อย่างคุณเภสัชเอกเยอะๆค่ะ

11.
P
โรจน์
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 20:16
#1706913 [ ลบ ]

พี่ขี่มอเตอไซด์ ไปเยี่ยมบ้านเลยหรือพี่ ...เท่จริงๆ

12.
P
โรจน์
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 20:30
#1706962 [ ลบ ]

จริงๆแล้วในรายที่ DM with renal failure ผมจะลงเป้าการรักษาลงเหลือพอไม่ให้มี hyperglycemic symptom แต่คงต้องขึ้นกับว่ามี DR หรือ target organ damage หรือยัง...ถ้ามีแล้ว...ผมคงจะไม่เน้นระดับน้ำตาลมากเพราะจะทำให้คนไข้เสี่ยง hypoglycemia

ถ้าเป็นผมรายนี้ผมจะลดยา แล้วเพิ่มความสนใจกับชีวิตแกว่า ทำอย่างไรให้แกดูแลครอบครัวได้โดยเกิดปัญหาน้อยที่สุด คุยกับแกว่าชีวิตแกทำงานอย่างไร-อยู่อย่างไร-มีความสุขกับอะไร-เป้าหมาย .....ชิวิตที่แกต้องการคืออะไร...แกจะเอายังไงกับยา...ยาจะช่วยอะไรแกบ้าง ...แกจะใช้ชีวิตอย่างไรให้เหมาะกับโรคที่เป็น อะไรประมาณนี้ครับ ยาวไปไหมพี่ (ผมรูว่าพี่คงรู้เรื่องเหล่านี้ดีพอสมควรแล้วละ)

ว่าแต่ Cr เท่าไหร่ครับแล้วมี target organ damage อื่น ไหมครับ

13.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 20:47
#1707011 [ ลบ ]

รายงานความคืบหน้าของคนไข้ refer กลับแล้ว จาก รพศ.ขอนแก่น

problem list คือ 1 CAP 2 hypoglycemia 3 DM 4 HT

พร้อมติงว่า ขนาดยาอินซูลินสูงเกินไป เพราะ อยู่ รพศ.ขอนแก่น

อินซูลินแค่วันละ 6 ยูนิตเท่านั้น แต่คนไข้ฉีดยาถึงวันละ 20 ยูนิต

จริงๆ แล้ว ที่ รพ.ขอนแก่น ให้ 6 ยูนิต DTX ก็ไม่สูง เพราะ off prednisolone

แต่คนไข้จะบวม ทั้งตัวน่ะครับ แต่ที่อุบลรัตน์ ให้อินซูลินมากกว่า

แต่ให้ prednisolone 60 mg OD คนไข้ไม่บวม แต่ DTX เกิน 300 ตลอด วันเกิดเหตุ

คนไข้ เบื่ออาหาร ไม่ยอมกินข้าว อยู่บ้านกับหลานๆ

ก็เลยเป็นเรื่อง ตอนนี้ พูดจา รู้เรื่องดี ขยับแขนขาได้ แต่ไม่มีแรง

ปล. ผมเองไปเยี่ยมคนไข้ทุกวันแกบ่นว่าไอ แต่ไม่รู้เลยว่าเป็น CAP

14.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 20:49
#1707020 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณ

P

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ที่มาเยี่ยมชม นึกว่า ลืมผมไปแล้ว

หวังว่าคงได้เจอกันครับ ผม

15.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 20:52
#1707032 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณหนานเกียรติ

P

หนานเกียรติ

ที่มาเยี่ยมชมครับ หวังว่าคงได้เจอกันครับ

16.
P
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 21:13
#1707094 [ ลบ ]

สวัสดีครับท่านศุภรักษ์ เภสัชพันธ์หายาก คนเปลอ่านแล้วพอเข้าใจความครับ แต่ในฐานะคนทำงานชุมชน เวลาแนะนำให้คนไข้มาโรงพยาบาล ต้องคุยกันนาน

แต่พอมาแล้วไม่ประทับใจ กลับไปคุยใหม่ยิ่งหนักครับ พอเข้าใจครับท่าน

17.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ จ. 30 พ.ย. 2552 @ 21:18
#1707103 [ ลบ ]

ผมว่า ท่าน

P

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

คงเป็นเวรเปล ที่หล่อที่สุดครับ 555 ล้อเล่น

18.
P
โรจน์
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 07:08
#1707648 [ ลบ ]

คนนี้คงมี hypogly จาก infection แต่ระวังนะพี่

ผอมๆ ไอๆ แล้วยังไม่หาย น่าดูเรื่อง TB เพราะ DM+NS+prednisolone

19.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 11:07
#1707956 [ ลบ ]

กลัว มา รพ. หมอสั่งยาเหมือนเดิม

ความดัน SBP เกิน 180 มม. ปรอท ตลอดอีก ครับ

20.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 19:00
#1708776 [ ลบ ]

ขอบคุณ

P

นางสาว วิไลรัตน์ ชัยนนถี

มากครับ ที่ มาเยี่ยมชม เดี๋ยววันหลัง

ผมมีบทความดีๆ มาฝากพยาบาลครับ เพราะที่ GSK พยาบาลชุมจริงๆครับ

555

21.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 19:23
#1708856 [ ลบ ]

สวัสดี

P

นู๋ฏวง

ป๋าดูแล้วพบว่า

cascara sagrada

นั้น ทำงานเกิดมะเร็ง

ยาที่มี cascara sagrada ผสมอยู่

ถูกถอนทะเบียนหมดครับ

22.

สวัสดีค่ะ

อ่านบันทึกนี้ก็ให้คิดไปต่างๆนาๆ

สะท้อนหลายๆอย่างทำให้ต้องขบคิด ในการให้บริการ

แต่อย่างไรก็ตาม..เภสัชกรอย่างคุณศุภรักษ์ จะมีกี่คนนะ

23.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 20:06
#1708980 [ ลบ ]

สวัสดีครับ

P

นาง...มณีวรรณ

ผมเชื่อว่า ยังมีเภสัชกรดีๆ อีกมาก ที่ทุ่มเทเพื่อคนไข้

ผมหวังว่า เรื่องราวของผม อาจเป้น แรงบันดาลใจ

ให้เภสัชกร คนอื่น เปลี่ยน จากเภสัชกรจ่ายยา

มาเป็น เภสัชกร patient care ได้ครับ

ปล. เรื่องราว ของพยาบาล คนหนึ่ง ในสถานีอนามัย จ. ราชบุรี

ได้จุดไฟการทำงาน ของผมขึ้นมาครับ

เรื่อง กว่าจะได้บัตรทองให้คนไทย จากหนังสือ

งานคือความดีที่หล่อเลี้ยงชีวิต พยาบาลลงทุนขับรถพาผู้ป่วยไปทำบัตรประชาชน ถึงเชียงใหม่

24.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 11 ธ.ค. 2552 @ 22:19
#1728495 [ ลบ ]

ขอบคุณ หมอโรจน์มากครับ